หน้าที่ของ Crossover

หน้าที่ของ Crossover

หน้าที่ของ Crossover

      จากที่หลายท่านทราบอยู่เเล้วว่า หูมนุษย์เราตอนสนองความถี่ได้ตั้งเเต่ 20Hz ไปจนถึง 20KHz การหาลำโพงที่สามารถตอบสองความถี่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์เเบบเพียงดอกเดียวจึงเป็นไปได้ยาก ทำให้เกิดดอกลำโพงหลากหลายขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ออกมาให้เราได้เห็นกัน ถ้าลำโพงทุกใบปล่อยสัญญาณเสียงที่มีความถี่เหมือนกันทั้งหมด พอเอามารวมกันก็ไม่น่าใช่เรื่องที่ดีเท่าไร จึงเกิดอุปกรณ์ที่ใช้จัดการตัดเเบ่งความถี่ขึ้นมา ที่มีชื่อเรียกว่า “Crossover”

จากข้างต้น เรามาเข้าใจคำว่า เฮิรตซ์ (อังกฤษ: Hertz ย่อว่า Hz) หมายถึง จำนวนครั้งของการสั่นของเสียงภายใน 1วินาที ถ้าสั่น 20 ครั้งก็เท่ากับ 20Hz ถ้าสั่น 20,000 ครั้งก็เท่ากับ 20,000 Hz เราลองนึกภาพ ดอกลำโพงขนาด 18 นิ้ว ต้องสั่นให้ได้ 20,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อผลิตความถี่ 20,000Hz ออกมา ก็ไม่น่าจะสั่นไหวได้ ถึงสั่นไหวได้ ก็คงทำได้ไม่ดีเท่ากับอกดอกลำโพงที่มีขนาดเล็กใช่ไหมครับ เราเลยต้องมีลำโพงหลากหลายขนาดเพื่อที่จะตอบสนองความถี่ตั้งเเต่ 20Hz ถึง 20KHz ให้ได้ ซึ่งเจ้าตัว crossover เลยมีหน้าที่คัดกรองให้สัญญาณเสียงความถี่สูงวิ่งไปหาดอกลำโพงที่มีขนาดเล็ก ส่วนความถี่ที่ต่ำลงไปก็วิ่งไปยังดอกลำโพงขนาดต่างๆที่เหมาะสม

ในปัจจุบัน crossover เเบ่งเป็น Passive crossover เเละ Active crossover ในเเบบ Passive คือ Fillter ที่อยู่ในตัวตู้ลำโพงเลย ทำให้ประหยัด Power amp เเล้วมีความสะดวกสะบายในการติดตั้งเคลื่อนย้าย

ส่วน Active crossover จะมีลักษณะเป็น hardwave เเยกออกมา สามารถปรับเเต่ง
เพิ่มลดความดัง เลือกประเภทfillter ความชัน ได้อิสระกว่าใน Passive
crossover ส่วนการเลือกใช้ก็ให้คำนึงถึงข้อดีที่กล่าวมาข้างต้น

สุดท้ายนี้ การเลือกจุดตัดเเบ่งความถี่กับดอกลำโพงที่เหมาะสม นอกจากทำให้ได้เสียงที่ดี ได้ทิศทางการกระจายที่เเม่นยำเเล้ว ยังยืดอายุการใช้งานของดอกลำโพงเเละทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่จะตามมาในอนาคตได้อีกด้วย

บทความโดย – เอกพัฒน์ มั่นคง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Share this post