การรับฟังของหู

การรับฟังของหู

Equal Loudness Contour

หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ บางท่านอาจจะเข้าใจว่ามันคืออะไรแต่ก็คงมีอีกหลายท่านที่ไม่เข้าใจเรื่อง Equal Loudness Contour เห็นกราฟที่เป็นเส้นแล้วมันดูงงๆ มันบอกอะไรกับเราแล้วทำไมเราถึงต้องรู้เรื่องนี้ด้วย แน่นอนว่าถ้าไม่สำคัญผมคงไม่มานั่งเสียเวลาเขียนบทความให้ท่านได้ศึกษาทำความเข้าใจกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ เรามองข้ามและไม่เคยคิดถึงมันเลยตลอดเวลาที่เราทำงานในด้านระบบเสียง ถ้าหากว่าท่านเข้าใจเรื่องนี้ รับรองได้ว่า จะทำให้เข้าใจในเรื่องของการ Balance เสียงได้เป็นอย่างดี

Equal Loudness Contour?
ผมขอให้นิยามในแบบที่เข้าใจง่ายของผมก็แล้วกันนะครับว่ามันคือ ค่าการรับรู้หรือค่าระดับการฟังของหูมนุษย์ ทำไมเราต้องรู้และเข้าใจเรื่องนี้ื ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติการฟังของหูคนเรานั้นรับรู้ความดังในแต่ละย่าน ความถี่ไม่เท่ากัน นั่นหมายความว่าหากเราเปิดเสียงออกมาระดับความดังที่เท่ากันแล้ว ใช่ว่าหูคนเราจะได้ยินความถี่ แต่ละความถี่ดังเท่ากัน มาถึงตรงนี้งงกันหรือเปล่าครับ เดี๋ยวเราไปดูรูปภาพประกอบกันดีกว่าเริ่มจากรูปที่ 1 นะครับ
12006996_10205312025939777_214427373_o

ในรูปด้านบนในกราฟเราจะเห็นว่ากราฟแนวตั้งนั้นบอกระดับความดังมีค่าเป็น dB ส่วนกราฟแนวนอนนั้น บอกค่าของความถี่ตั้งแต่ 20Hz – 20kHz มันสอดคล้องกันอย่างไร ให้เรามองไปที่ความถี่ 1kHz ที่ระดับความดัง 20 dB ตามลูกศรสีแดงด้านขวานะครับ  นั่นหมายความว่าเมื่อเราเปิดสัญญาณเสียงความถี่ 1kHz มาที่ระดับความดัง 20dB หูคนเราจะรับรู้ความถี่ 1kHz ได้ระดับความดัง 20dB และความถี่ที่ได้ยินระดับความดัง 20dB เท่ากับ 1kHz นั่นก็คือความถี่ตั้งแต่ 400Hz ถึงความถี่ประมาณ 1.8kHz ย่านความถี่พวกนี้เราได้ยินเท่ากันเพราะกราฟเป็นเส้น ตรง(ดูตามรูปกราฟที่ความดัง 20dB) แล้วความถี่ที่มากกว่า 1.8kHzล่ะเราจะได้ยินยังไง

ถ้าพิจารณาดูจากกราฟ ความถี่ประมาณ 3kHz – 5kHz นั้นกราฟจะต่ำกว่า 20dB มาอยู่ที่ประมาณ 10dB นั้นหมายความว่าตอนที่เรากำลังเร่ง เสียงให้ดังนั้นเมื่อความดังมาถึงประมาณ 10dB เราก็ได้ยินเสียงที่ความถี่ประมาณ 3kHz – 5kHz ก่อนความถี่อื่นๆ เลยเป็นที่มาของคำว่าความถี่เสียงแหลมเดินทางได้เร็วกว่าเสียงต่ำซึ่งไม่ใช่ (กลับไปอ่านศึกษาถึงเรื่องธรรมชาติของเสียง) นั้นหมายความว่าถ้าหากเราเปิดความดังมาถึง 20dB ความถี่ 3kHz – 5kHz เราก็จะได้ยินดังกว่าความถี่ 1kHzแน่นอน หากเราอยากได้ยินความถี่ 3kHz – 5kHz ดังเท่ากับความถี่ 1kHz ที่ความดัง 20dB เราต้องลดความดังของย่านความถี่ 3kHz – 5kHz ลงมาประมาณ 10dB ตามกราฟ เราถึงจะได้ยินว่ามันดังเท่ากัน

ในทางกลับกันในย่านเสียงต่ำ เราไปดูตามลูกศรสีแดงด้านซ้ายที่ความถี่ 60Hz เราจะเห็นว่าความดังมันขึ้นไปอยู่ที่ 50dB นั่นหมายความว่า หากเราอยากได้ยินความดัง 60Hz ดังเท่ากับความถี่ 1kHz ที่ 20dB เราต้องเร่งความดังของย่านความถี่ 60Hz ไปถึง 50 dB หูคนเราถึงจะรับรู้ได้ว่าความถี่ 60Hz กับความถี่ 1kHz มันดังเท่ากัน ซึ่งหากเราพิจารณาดูแล้วความดังของ ความถี่ 60Hz กับความถี่ 1kHz นั้นดังต่างกัน 30dB ซึ่งเมื่อคิดเป็นค่าพลังงานก็ 10 เท่าตัว (1 เท่าคือ 3dB)
12015494_10205312026059780_273306312_o

คราวนี้เรามาพิจารณารูปที่2 กันบ้างที่ระดับความดัง 80dB ตามลูกศรสีแดงทางขวามือกันก่อน เมื่อเราเพิ่มความดังมาถึง 80dB ที่ความถี่ 1kHz เราจะเห็นได้ว่าความถี่ประมาณ 3kHz – 5kHz นั้นยังเร่งความมีความดังห่างกันอยู่ที่ 10dB เหมือนเดิมเพื่อให้มันฟังดังเท่ากัน แต่ความถี่ 60Hz นั้นอัตราส่วนขยับลงมาเหลือความห่างแค่ 10dB หากให้ได้ยินดังเท่ากับ 1kHz ที่ 80dB จากเดิมที่ห่างกัน 30dB นั่นหมายความว่าหากเราต้องการความดัง 80dB ที่ 1kHz ถ้าเราอยากได้ยินความถี่ 60Hz ดังเท่ากับความถี่ 1kHz ที่ 80dB เราต้องเร่งความถี่ 60Hz ให้ได้ความดัง 90dB หูคนเราถึงจะรับรู้ว่ามันดังเท่ากัน

ถ้าสังเกตุกราฟให้ดีเราจะเห็นว่าระหว่างย่านเสียงต่ำกับย่านเสียงแหลมนั้นเมื่อเราเปิดความดังในปริมาณที่เบาอัตราส่วนความดังระหว่างเสียงกลางกับเสียงแหลมนั้นห่างกันมาก เมื่อเราเร่งความดังขึ้นมาเรื่อยๆอัตราส่วนความดังมันจะใกล้กันมากขึ้น

ทำไมเราต้องรู้และเราเอาไปใช้อย่างไร?

เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะเป็นเรื่องการรับรู้ของหูเราเอง หากเราไม่เข้าใจเราก็ไม่สามารถ Balance ระบบและออกแบบระบบของเราได้ สมมุติว่าเลือกเราลำโพงย่านความถี่ต่ำมีกำลังขับได้ความดังที่ 100 dBและเราเลือกลำโพงเสียงแหลมที่มีความดัง 100dB แล้วหูของเราจะได้ยินเสียงมันดังเท่ากัน ถ้าหากเราใช้เครื่องมือวัดความดังแน่นอนว่าเครื่องมือจะบอกว่ามันดังเท่ากันแต่เชื่อหรือไม่เราจะได้ยินว่ามันดังไม่เท่ากันแล้วเราก็จะไปกล่าวโทษว่าเครื่องมือเสีย ถ้าหากว่าเราอยากให้หูของเราได้ยินเท่ากันระหว่างเสียงต่ำกับเสียงแหลมเราต้องเพิ่มความดังเสียงต่ำไปถึงประมาณ 120dB เราถึงจะได้ยินว่ามันดังเท่ากัน

ไม่แปลกใจหรือครับว่าทำไมเราใช้ Subwoofer 2ใบ Mid-Hi 1ใบแล้วมันฟังดังเกือบเท่ากันเรื่องนี้น่าคิดนะครับ แล้วทำไมเราเปิดเพลงมาเบาๆเราได้ยินเสียงแหลมก่อนก่อนเสียงต่ำแล้วเราชอบบอกว่าไม่ได้ยินเสียงต่ำเราก็จะไปเพิ่มเสียงต่ำให้มันดังขึ้น แล้วเวลาเปิดดังกว่านั้นล่ะครับเป็นไงรับรองได้ว่าเสียงต่ำล้นออกมาแน่นอนเพราะเครื่องมือเวลายกระดับความดังมันจะยกขึ้นในอัตราส่วนเท่ากันกับที่เราตั้งค่าไว้ตอนแรกเราก็ต้องมาลดเสียงต่ำลงอีก หากเราเปิดเพลงฟังเบาๆแล้วเราไม่ได้ยินย่านเสียงต่ำถือเป็นเรื่องปกติครับ

เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่อสำคัญด่านแรกๆเลยครับในการทำระบบเสียงต่อให้ใช้เครื่องมือเก่งขนาดไหนหากไม่เข้าใจถึงค่าระดับการฟังของหูเราเองจะตกม้าตายเอาง่าย ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการทำระบบเสียงนะครับ

รับชมวิดีโออธิบายได้ที่นี่ Loudness Contour

 

https://www.youtube.com/watch?v=HxFFks-_On8&t=22s

บทความโดย – ทรงพล แจ่มแจ้ง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Share this post

Comments (4)

  • napan Reply

    สุดยอดครับอาจารย์ ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แล้วผมจะเอาไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น ขอบคุณมากนะครับสำหรับบทความดีๆแบบนี้ ให้มีบทความดีๆแบบนีออกมาเรื่อยๆนะครับ ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดตามผลงานอาจารย์อยู่ ขอบคุณครับ

    September 20, 2015 at 3:15 am
    • Live For Sound Reply

      ขอบคุณมากๆครับ จะพยายามเรียบเรียงและเขียนออกมาให้ดีที่สุดครับ

      September 21, 2015 at 1:29 am
  • เพาเวอร์แอมป์คลิปแต่เสียงไม่ดัง Reply

    […] Loudness Contour ซึ่งผมได้เขียนอธิบายไว้แล้ว […]

    January 21, 2016 at 5:59 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *