วิธีมิกซ์เสียงสำหรับเครื่องเสียงกลางแจ้ง

วิธีการมิกซ์เครื่องเสียงกลางแจ้ง

วิธีมิกซ์เสียงสำหรับเครื่องเสียงกลางแจ้ง

วิธีมิกซ์เสียงสำหรับเครื่องเสียงกลางแจ้ง

วิธีมิกซ์เสียงสำหรับเครื่องเสียงกลางแจ้ง บ่อยครั้งที่เราขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้ามิกซ์เซอร์ตัวเก่งของเรา ไม่ว่าจะเป็น Analog หรือ Digital เรามักจะประสบปัญหากับการ Sound Check เพราะบางครั้งเราไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี บางท่านก็เริ่มจากกลองก่อนเป็นอันดับแรก บางคนก็เริ่มจากเสียงเครื่องดนตรีชนิดอื่น กีต้าร์บ้าง คีบอร์ดบ้าง เครื่องเป่าบ้าง ไมโครโฟนเสียงร้องบ้าง ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล และสิ่งที่มักจะเจอปัญหาบ่อยที่สุดนั่นก็คือเสียง Feedback หรือเสียงหอน ที่เรามักเรียกกัน แน่นอนว่าหากไมโครโฟนตัวเดียวเราไม่ค่อยเจอปัญหามากนักแต่มีหลายตัวเมื่อไหร่รับรองได้ว่าเสียงหอนมาทีเป็นฝูง ในบทความนี้ผมจะมาให้คำแนะนำพร้อมทั้งแนวคิดในการทดสอบเสียงหรือ Sound Check นั่นเอง อยากบอกว่าเป็นความคิดเห็นและแนวทางส่วนตัวให้ท่านผู้อ่านพิจารณากันนะครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

เปิดเพลงฟัง

โดยส่วนมากแล้วผมมักจะเปิดเพลงที่ตัวเองคุ้นหูและฟังอยู่เป็นประจำจนขึ้นใจว่าโทนเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเป็นยังไง เสียงร้องมีคาเรกเตอร์แบบไหน ผมก็นำมาเปิดกับระบบเสียงที่ผมกำลังจะทำงานอยู่เพราะแน่นอนว่าเราไม่เคยฟังเสียงของระบบเสียงชุดนั้นวิธีการเดียวที่เราอยากรู้ว่าโทนเสียงของระบบเสียงชุดนั้นเป็นยังไงเราก็ต้องเปิดเพลงฟังหากงานที่เรากำลังจะทำนั้นเป็นงานเกี่ยวกับดนตรี แต่ถ้างานที่เราทำเป็นงานพูดอย่างเดียวเราก็สามารถใช้ไมโครโฟนตรวจสอบระบบเสียงชุดนั้นได้เลย ส่วนการปรับแต่งโทนเสียงของลำโพงให้ตรงตามความต้องการนั้นเราจะใช้ พาราเมตริคอีคิว(Parametric EQ) หรือ กราฟฟิคอีคิว(Graphic EQ) ก็ได้แล้วแต่ตามความถนัด

เริ่มจากไมโครโฟนสำหรับเสียงร้อง

เมื่อเราปรับเสียงลำโพงของเราเป็นที่น่าพอใจแล้วคราวนี้เรามาเริ่มกับตัวที่มักก่อให้เกิดปัญหามากที่สุดกันบ้างนั่นก็คือ

ไมโครโฟนสำหรับเสียงร้อง ทำไมต้องเริ่มจากไมโครโฟนสำหรับเสียงร้องก่อน? เหตุผลที่ผมเริ่มจากไมโครโฟนเสียงร้องก่อนก็เพราะว่า เสียงของมนุษย์นั้นมีขีดจำกัดของความดัง แน่นอนว่าเสียงหอนทั้งหลายมักจะมาจากเจ้าไมโครโฟนของนักร้องนำนี่แหละ หากไมโครโฟนอยู่นิ่งๆตั้งอยู่บนขาตั้งมันจะไม่ค่อยก่อปัญญาให้เราซักเท่าไหร่ แต่หากนักร้องถือไมโครโฟนวิ่งไปวิ่งมาแบบไม่ระวังเอาหัวไมค์ไปจ่อลำโพงมอนิเตอร์บ้างพร้อมทั้งกำหัวไมค์ซะมิดชิดชนิดที่ไม่ให้ใครเห็นว่ามีไมโครโฟนถืออยู่รับรองได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆสำหรับหลายๆคน ผมเลยมักจะเริ่มจากไมโครโฟนของนักร้องนำเป็นอันดับแรกเพราะอย่าลืมข้อจำกัดอีกอย่างก็คือ เสียงของคนไม่สามารถดังสู้เสียงเครื่องดนตรีได้แน่นอน ฉะนั้นเราเริ่มจากเสียงไมโครโฟนเป็นอันดับแรกเลย

การทดสอบก็ทำได้ง่ายๆโดยการเลื่อนเฟดเดอร์ของช่องสัญญาณไมโครโฟนนั้นขึ้นมาให้สุดหลังจากนั้นก็ค่อยๆเร่ง Gain ของช่องสัญญาณนั้นขึ้นมาจนเริ่มมีเสียง Feedback เมื่อมีเสียง Feedback ให้เราหาว่ามัน Feedback ความถี่เท่าไหร่ให้เราจัดการลดความถี่นั้นลงมาโดยใช้ EQ ที่ช่องสัญญาณนั้นๆ เมื่อเสียง Feedback แรกหายไปหลังจากใช้ EQแล้ว เราก็เร่ง Gain ขึ้นไปอีกจนกว่าจะได้ยินเสียง Feedback หากเสียง Feedback นั้นเป็นเสียงความถี่เดิมที่เรา Cut EQ จนหมดแล้ว นั่นแสดงว่าเราไม่สามารถเร่ง Gain ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ความถี่เดิมที่เราทำการ Cut EQ ตอนแรกก็ให้เราจัดการ Cut EQ ความถี่ที่มีเสียง Feedback เหมือนความถี่แรกต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็สลับกับการเพิ่ม Gain ไมโครโฟน จนกว่าจะมีเสียง Feedback ความถี่แรกที่เรา Cut EQ นั้นหมายความว่าเราไม่สามารถเร่ง Gain ได้มากไปกว่านี้ หลังจากนั้นก็ลดเฟดเดอร์ลงมาอยู่ที่ 0dB แล้วดูว่าความดังเพียงพอต่อความต้องการหรือเปล่า หากความดังไม่เพียงพอกับที่เราต้องการนั่นหมายความว่าหากเราต้องการเพิ่มความดังเราต้องเพิ่มระบบเสียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สำหรับคนที่มีประสบการ์การทำงานมาอย่างยาวนานก็จะสามารถรีดความดังออกมาได้โดยที่ไมโครโฟนมีความคมชัดไม่ Feedback

บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเลื่อนเฟดเดอร์ขึ้นไปจนสุด เพราะว่าหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เช่น มือเราเผลอไปโดนเฟดเดอร์แล้วมันดันขึ้นจนสุดหากเราไม่เช็คเรื่อง Feedback ให้ดีก่อนรับรองได้ว่ามีเสียงหอนตามมาแน่นอนแล้วถ้าหากนักร้องของเราใส่ In Ear Monitor มีจะทำความเสียหายต่อหูเค้าขนาดไหน หรือไมโครโฟนของประธานที่กำลังกล่าวอยู่ก็เหมือนกันหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแล้วทำให้มีเสียงหอน รับรองได้ว่าตกงานแน่ๆ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าครับ

ใส่ EFX ให้กับไมโครโฟนนักร้องนำเลย 

บางครั้งเสียง Feedback ก็มักจะเกิดมาจากที่เราใส่ EFX ได้เช่นเดียวกัน ผมแนะนำให้ใส่ไปเลยครับผสม EFX ตามความพอใจเราก็จะรับรู้ได้ถึงความคมชัดของเสียงร้อง ชัดไม่ชัด EFX มีผลเป็นอย่างมากในการผสมเข้าไป แถมมันจะบอกว่าเสียงร้องอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังอีกด้วย จัดการซะให้เสร็จสรรพก่อนไปทำอย่างอื่น

เครื่องดนตรี

เมื่อจัดการกับไมโครโฟนเสียงร้องนำจนอยู่หมัดแล้ว คราวนี้เราก็มาเริ่มกับเครื่องดนตรีกันบ้าง ผมก็จะเริ่มจากชุดกลองก่อน(ส่วนการปั้นเสียงกลองนั้นให้ไปอ่านในบทความที่ผ่านมา) เมื่อได้โทนเสียงกลองแล้วเราก็ใส่ EFX Reverb สำหรับเสียงกลองเพื่อให้เกิดมิติตามที่ต้องการ(เรื่องมิติของEFXค่อยอ่านในบทความต่อๆไป) หลังจากนั้นก็ตามด้วยเบส, กีต้าร์, คีย์บอร์ด, เครื่องเป่าหรือเครื่องดนตรีชนิดอื่น สำหรับผมจะใส่ EFX Reverb ทุกเครื่องดนตรี จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ว่าเราจะวางตำแหน่งเครื่องดนตรีนั้นๆไว้ตรงตำแหน่งไหนการปรับ EFX ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันเพราะมันคือส่วนหนึ่งในการบาลานซ์เสียงให้กับเรา เรื่องเทคนิคการปรับ EFX จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องศึกษาเพื่อพัฒนาการมิกซ์เสียงของเราให้ดียิ่งขึ้น

บทความอื่นๆ

ดูสินค้าระบบเสียงได้ที่ www.siamsoundstore.com

ครูสอนเสียง – อ.น้อย ทรงพล แจ่มแจ้ง

Share this post

Comments (2)

  • ชัฏพัทยา Reply

    เป็นบทความที่เข้าใจง่าย ได้ความรู้ดีมากครับ

    December 16, 2015 at 1:29 am
    • Live For Sound Reply

      ขอบคุณครับ

      January 29, 2016 at 6:38 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *