5 ขั้นตอนการ Sound check ในงานคอนเสิร์ต

บทความ 5 ขั้นตอน การ Soundcheck ในงานคอนเสิร์ต

การ Sound check ในงานคอนเสิร์ต

Soundcheck

ในการทำงานคอนเสิร์ตหรือทำงานระบบเสียง ขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ ในการทำงานก็คือ ขั้นตอนการ Soundcheck ทำไมจึงมีความสำคัญ ที่จะทำให้งานคอนเสิร์ตของเรามีเสียงที่ดี อุปกรณ์ไม่มีปัญหาระหว่างทำการแสดง มีขั้นตอนยังไงบ้าง มาเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยครับ

เช็คความสมบูรณ์ของอุปกรณ์

Soundcheck

การตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ก่อนทำการ Sound check (ซาวด์เช็ค) นั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง หากอุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีทางที่จะทำงานสำเร็จลุล่วงได้อย่างแน่นอน

การเช็คอุปกรณ์นั้นต้องไล่ไปตั้งแต่ มิกเซอร์ โปรเซสเซอร์ เพาเวอร์แอมป์ ลำโพง ไมโครโฟน โดยเราแบ่งการเช็คแต่ละอุปกรณ์ได้ดังนี้ 

1.1 มิกเซอร์

มิกเซอร์ ถือได้ว่าเป็นจุดรวมของสัญญาณเสียง การตรวจสอบมิกเซอร์ว่าใช้งานได้สมบูรณ์หรือไม่นั้น ให้ใช้วิธีเสียบไมโครโฟน เพิ่มเกนไมโครโฟนและลองพูดดูว่ามีสัญญาณเสียงเข้าหรือไม่ โดยการใช้หูฟังในการฟังเสียง ตรวจเช็คปุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น HPF (ไฮพาสฟิลเตอร์), ปุ่ม PAD (แพด), ปุ่ม EQ ทุกย่านความถี่, ปุ่ม Aux, Fader (เฟดเดอร์) ทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีเสียงผิดปกติ หากเป็นดิจิตอลมิกเซอร์ปัญหาส่วนใหญ่ที่จะเจอคือ Fader (เฟดเดอร์) จะเลื่อนขึ้นลงไม่ตรงตำแหน่ง หรืออาจจะเลื่อนขึ้นลงเองอัตโนมัติ ให้รีบจัดการเปลี่ยนอะไหล่ทันที เพราะจู่ ๆ Fader (เฟดเดอร์) เลื่อนขึ้นลงเองขณะทำการแสดง อาจจะทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้

Soundcheck Mixer

1.2 โปรเซสเซอร์

โปรเซสเซอร์ การเช็คเบื้องต้นคือดูว่ามีสัญญาณเข้ามาหรือเปล่า การเลื่อนจุดตัดความถี่มีผลต่อเสียงหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ถ้าหากเป็นแบบดิจิตอล แค่เช็คสัญญาณเสียงเข้าออก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าอยู่ในสภาพที่ใช้ได้หรือไม่

1.3 เพาเวอร์แอมป์

เพาเวอร์แอมป์ เช็คสัญญาณเข้าออก โวลุ่มต้องไม่มีเสียงแปลกปลอมดังออกมาขณะหมุน ไฟ LED บอกระดับสัญญาณติดครบทุกดวง

Soundcheck Power Amplifier

1.4 ลำโพง

ลำโพง การตรวจสอบลำโพงให้ละเอียดนั้นค่อนข้างจะใช้เวลามากพอสมควร เพราะต้องนำลำโพงมาวัดความถี่ตอบสนองแต่ละใบด้วยโปรแกรม แต่ถ้าหากเราเป็น Sound Engineer ที่ต้องไปใช้ลำโพงจากสถานที่ ก็ใช้ไมโครโฟน RTA ตั้งตรงกลางระหว่างลำโพงทั้ง 2 ข้าง แล้ววัดด้วยโปรแกรม Smaart Live นำกราฟความถี่ทั้ง 2 ข้างมาเปรียบเทียบกัน หากลำโพงทั้ง 2 ข้างนั้นอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกัน กราฟก็จะไม่แตกต่างกันมาก จากนั้นก็ใช้วิธีการเปิดเพลงฟัง แล้วสังเกตุเสียงทั้ง 2 ข้างว่ามีความต่างกันหรือไม่ ทั้งในเรื่องของความดัง ความถี่ที่ได้ยิน ลำโพงไม่มีเสียงแตกพร่า

Soundcheck Speaker

1.5 ไมโครโฟน

ไมโครโฟน ควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน แผ่นไดอะแฟรมรับเสียงต้องไม่มีปัญหา ขั้วสัญญาณไม่หลวม วิธีการตรวจสอบ หากไมโครโฟนเป็นชนิดเดียวกัน ให้นำมาพูดสลับกัน โดยตั้งค่าที่มิกเซอร์ให้เหมือนกัน แล้วลองสังเกตุเสียงที่ได้ยินว่ามีความต่างกันหรือไม่ ไมโครโฟนที่ดี ควรให้โทนเสียงและความดังที่ใกล้เคียงกัน โดยที่หูเราไม่สามารถแยกแยะได้

Soundcheck Microphone

Alignment (อะไลน์เม้นท์) ระบบ

Soundcheck Alignment

เมื่อทำการตรวจสอบอุปกรณ์ในระบบเรียบร้อยพร้อมที่จะทำงาน ก็ให้จัดการ Alignment ระบบ โดยเริ่มจากการเช็คระดับสัญญาณ ตั้งแต่สัญญาณขาเข้าไปจนถึงเสียงที่ออกลำโพง โดยปล่อยสัญญาณขาเข้าให้อยู่ที่ระดับ 0dBVU หรือถ้าเป็นอุปกรณ์ในระบบดิจิตอลก็ควรอยู่ที่ -18dBFS และให้สัญญาณอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงเพาเวอร์แอมป์ และลองวัดความดังเสียงที่ออกจากลำโพงว่าได้ความดังที่ต้องการหรือไม่ หากความดังไม่พอ อย่างเช่น ปล่อยสัญญาณเสียงที่ระดับ -18dBFS และอยากได้ความดังที่ออกลำโพง 100dB แต่ปรากฏว่าวัดความดังได้แค่ 90dB หากเป็นเช่นนี้ควรเพิ่มลำโพงและเพาเวอร์แอมป์เข้าไปอีกเท่าตัว แทนการเพิ่มระดับสัญญาณให้ได้ความดังที่ต้องการ เพื่อให้อุปกรณ์ไม่เกิดความเสียหายขณะใช้งาน

เตรียมอุปกรณ์เครื่องดนตรีและไมโครโฟน

Soundcheck

หลังจากจัดการ Alignment ระบบเรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มจัดการวางเครื่องดนตรีตามตำแหน่งที่เหมาะสม

พยายามหลีกเลี่ยงนำกลองชุดไปวางด้านหลังลำโพง Sub Woofer เพราะจะทำให้เสียงต่ำวนเข้าไปในไมโครโฟนจนเกิดเสียงหอนย่านความถี่ต่ำได้ง่าย

และหากลำโพง Sub Woofer วางเป็นแบบ ซ้ายและขวา อย่าพยายามวางกลองไว้ตำแหน่งตรงกลางที่เกิดความสมมาตร

ให้วางเยื้องมาทางซ้ายหรือขวาประมาณ 1 เมตร จะลดปัญหาเสียงต่ำจาก Sub Woofer เข้าไปกวนได้

ส่วนไมโครโฟนร้องและเครื่องดนตรีนั้นควรหันด้านท้ายของไมโครโฟนให้อยู่ในตำแหน่งรับเสียงที่ไม่ต้องการ เช่น หากตู้กีต้าร์อยู่ใกล้ตู้เบส ให้นำไมโครโฟนหันด้านหลังไปยังตู้เบสเพื่อลดเสียงเบสเข้าไมโครโฟนกีต้าร์ จะช่วยลดปัญหาเรื่องเสียงต่ำของเบสที่เข้าไมโครโฟนกีต้าร์ไปกวนกับเสียงเบสจริง ๆ ได้

ส่วนลำโพงมอนิเตอร์บนเวทีนั้นให้วางหันไปยังตำแหน่งด้านหลังไมโครโฟน อย่าหันเข้าด้านข้างของไมโครโฟน ทั้งนี้ทั้งนั้นควรดูรูปแบบการรับเสียงของไมโครโฟนที่นำมาใช้ว่ารับเสียงแบบไหนเป็นหลัก

ปรับเกนไมโครโฟน

เมื่อจัดวางเครื่องดนตรีและไมโครโฟนเรียบร้อยแล้ว ก็ควรเริ่มปรับเกนไมโครโฟนแต่ละเครื่องดนตรีให้ได้ความดังที่ต้องการ โดยจัดการที่ไมโครโฟนสำหรับนักร้องเป็นอันดับแรก เนื่องจากเสียงร้องสำคัญที่สุด ปรับความดังเสียงร้องตามต้องการ หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ไล่ปรับความดังของเครื่องดนตรีทีละชิ้น จนทุกเสียงมีความดังที่พอเหมาะ มาขาดไม่เกิน ซึ่งเรื่องการจัดความดัง ต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะการฟังมาอย่างชำนาญ

จัดบาลานซ์โทนเสียงและความดังโดยรวม

เมื่อบาลานซ์เกนความดังได้แล้ว ก็ถึงเวลาจัดบาลานซ์โทนเสียงโดยรวมด้วย EQ แต่ละช่องสัญญาณ เพื่อให้ความถี่แต่ละความถี่มีความบาลานซ์กัน อย่างเช่น ย่านความถี่เสียงต่ำ เครื่องดนตรีที่เป็นพระเอกคือเบส เราก็จัดความดังย่านเสียงต่ำของเครื่องดนตรีชนิดอื่นอย่าให้มีความดังซ้อนทับกับเสียงเบส ไม่เช่นนั้นแล้ว เสียงต่ำก็จะมีความดังเกินพอดีจนทำให้รู้สึกอึดอัดได้ เช่น ควรตัดเสียงความถี่ต่ำของกีต้าร์ออกไปบ้าง แต่ควรให้อยู่ในระดับตัวโน้ตเสียงต่ำสุดของกีต้าร์

หากอยากรู้ความถี่แต่ละเครื่องดนตรี อ่านได้ในบทความ ความถี่กับการได้ยินของหูมนุษย์

เพียงเท่านี้ก็จะได้เสียงเบสที่มีพลัง ฟังชัด ไม่เบลออีกด้วย

สรุป :

ขั้นตอนการ Sound check นั้นเป็นการออกแบบการทำงานของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วในการทำงานคอนเสิร์ตของผมนั้น มักจะใช้วิธีที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหลัก ส่วนใครอยากลองหาวิธีการทำงานเป็นแนวทางของตัวเองนั้น ต้องลองศึกษาและลงมือทำ เพื่อให้ตัวเองนั้นทำงานได้ง่ายที่สุด

สิ่งสำคัญมากกว่ากระบวนการทำงานนั่นคือ ผลลัพธ์ของงานที่ประสบความสำเร็จครับ

อยากเป็น Sound Engineer เริ่มต้นอย่างไร?

ทรงพล แจ่มแจ้ง

Sound Engineer ได้ค่าจ้างต่องานเท่าไหร่?​

ทรงพล แจ่มแจ้ง

เรามีบทความดีๆเกี่ยวกับ การไลฟ์สดด้วย สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ [วิธีจัดเตรียม]อุปกรณ์ไลฟ์สด

Live For Sound รับออกแบบ ติดตั้ง จำหน่าย ระบบเครื่องเสียงห้องประชุมพร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยทีมงานระดับมืออาชีพ มาตรฐานสากล สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งได้ที่ 

โทรศัพท์ 02-550-6340, 064-198-2499
Line : @liveforsound
Email : sale@liveforsound.com

บทความโดย: ทรงพล แจ่มแจ้ง (SOUND ENGINEER)

รับติดตั้งระบบเสียง ห้องประชุม ร้านอาหาร ผับบาร์ ห้องคาราโอเกะ ห้องจัดเลี้ยง ระบบเสียงสนามกีฬา ระบบเสียงร้านกาแฟ สามารถปรึกษาทางทีมงาน LIVE FOR SOUND ได้ พร้อมรับตรวจเช็ค แก้ไขปัญหาระบบเสียงทุกรูปแบบ โดย ทรงพล แจ่มแจ้ง และทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี

สอบถามข้อมูลการติดตั้งได้ทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า