System gain structure เบื้องต้น ตอนที่ 1

System gain structure เบื้องต้น ตอนที่ 1

     หลาย ๆ ท่านคงจะพอทราบอยู่เเล้วว่าอุปกรณ์ระบบเสียงที่ใช้กันจะเริ่มต้นจากการรับสัญญาณที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด เสียงเครื่องดนตรี เสียงเพลง เเล้วส่งไปขยายออกตู้ลำโพง ให้ได้ความดังที่ต้องการ โดยระหว่างทางก่อนที่เสียงจะถูกขยายส่งออกไปยังตู้ลำโพง ก็จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมายทั้ง  มิกเซอร์ คอนโทลเลอร์ เพาเวอร์เเอมป์ ซึ่งในเเต่ละอุปกรณ์ ต่างมีระดับการทำงานสูงสุดเเละต่ำสุดที่เเตกต่างกันออกไป ทำให้เป็นที่มาของการเซตอัพระบบเเละอุปกรณ์เพื่อให้ได้สัญญาณที่ดีที่สุดเเละไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับระบบเสียง สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้เราเรียกว่า System gain structure(ซิสเต็ม เกน สตรั้กเชอ) นั่นเอง

dynamic range-01

จากรูประดับสัญญาณที่เข้ามาในระบบเสียงจะเเบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

  1. Signal to noise ratio(ซิ้กเนิล ทู น๊อยซ์ เร้ชิโอ) หมายถึง ระดับสัญญาณตั้งเเต่ Noise floor ( น๊อย ฟลอร์ คือ ระดับของสัญญาณรบกวนในอุปกรณ์นั้น ๆ ) ไปจนถึง 0dB ซึ่งในการเซตอัพเเละนำไปใช้เเต่ละครั้งระดับสัญญาณจะต้องไม่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Noise floor เพื่อให้ได้สัญญาณเสียงที่ดีเเละมีความคมชัดสามารถนำไปขยายเพื่อใช้งานได้
  2. Head room (เฮด รูม) หมายถึง ระดับสัญญาณตั้งเเต่ 0dB ไปจนถึงระดับการทำงานสูงสุดในอุปกรณ์นั้นๆ พึงจะทำได้ ซึ่งถ้าทำงานในระดับที่สูงกว่าอาจทำให้ได้สัญญาณที่ผิดเพี้ยนจากสัญญาณเดิมได้ (Clip) ทำให้เกิดเสียง Distortion ขึ้นมาในระบบเสียง ตลอดจนอาจสร้างความเสียงหายกับระบบเสียงได้นั่นเอง
  3. Dynamic range (ไดนามิค เร็นจ) หมายถึงระดับสัญญาณตั้งเเต่ Noise floor จนถึง Head room ของระบบ ซึ่งในระบบที่เกิดการเซตอัพมาอย่างถูกต้อง จะทำให้มีช่วง Dynamic range ที่สูง นั่นคือช่วงของระดับของสัญญาณที่ดี โดยปราศจาก Noise เเละ Distortion หรือ เสียงแตกพร่า ในระบบเสียงนั่นเอง

ในการเซตอัพเเต่ละครั้งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ระบบเสียงมากมายที่ต่อพ่วงกันในระบบ โดยเเต่ละอุปกรณ์ต่างมีระดับสัญญาณที่ต่างกันการจัดการระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำเพื่อให้ได้สัญญาณที่ดีตั้งเเต่จากอุปกรณ์รับสัญญาณไปจนถึงอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไปครับ

บทความโดย – เอกพัฒน์ มั่นคง

Share this post

Share on facebook
Share on print
Share on email

Share this post