เพาเวอร์แอมป์ PA Power amp

Power Amplifier หรือ Power Amp เป็นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ที่มีอยู่ในระบบเสียง มีหน้าที่ใช้ขยายหรือเพิ่มความแรงของสัญญาณเสียงก่อนที่จะส่งไปยังลำโพง เพื่อให้เสียงที่ออกมามีความแรงและความดังเพียงพอในการเล่นหรือกระจายไปยังห้องหรือพื้นที่ที่กว้างขวางมากขึ้น นั่นหมายความว่า Power amplifier เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสียงที่มีคุณภาพและความเป็นระเบียบในระบบเสียง.

Showing 1–60 of 618 resultsSorted by popularity

BOSE MUSIC AMPLIFIER
Sold out
BOSE MUSIC AMPLIFIER

BOSE Music Amplifier แอมป์ฟังเพลงไร้สาย 2 ช่อง 125วัตต์ที่ 8โอมห์

27,900฿

BOSE Music Amplifier แอมป์ฟังเพลงไร้สาย 125 วัตต์ มาเติมเต็มความบันเทิงภายในบ้านคุณ เชื่อมต่อทุกไฟล์เสียงเข้ากับลำโพงแบบไร้สาย

YAMAHA XMV8280 เพาเวอร์แอมป์ 8 ช่อง 280วัตต์ที่ 4 โอมห์ 250วัตต์ที่ 70/100V

มี 8 ช่อง 280วัตต์ที่ 8 โอมห์, 280วัตต์ที่ 4 โอมห์, 250วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, YDIF และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV8140 เพาเวอร์แอมป์ 8 ช่อง 140วัตต์ที่ 4 โอมห์ 125วัตต์ที่ 70/100V

มี 8 ช่อง 140วัตต์ที่ 8 โอมห์, 140วัตต์ที่ 4 โอมห์, 125วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, YDIF และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV8140-D เพาเวอร์แอมป์ 8 ช่อง 140วัตต์ที่ 4 โอมห์ 125วัตต์ที่ 70/100V

มี 8 ช่อง 140วัตต์ที่ 8 โอมห์, 140วัตต์ที่ 4 โอมห์, 125วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, Dante และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV4280 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 280วัตต์ที่ 4 โอมห์ 250วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 280วัตต์ที่ 8 โอมห์, 280วัตต์ที่ 4 โอมห์, 250วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, YDIF และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV4280-D เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 280วัตต์ที่ 4 โอมห์ 250วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 280วัตต์ที่ 8 โอมห์, 280วัตต์ที่ 4 โอมห์, 250วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, Dante และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV4140 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 140วัตต์ที่ 4 โอมห์ 125วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 140วัตต์ที่ 8 โอมห์, 140วัตต์ที่ 4 โอมห์, 125วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, YDIF และ Backup/Override Mode

YAMAHA XMV4140-D เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 140วัตต์ที่ 4 โอมห์ 125วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 140วัตต์ที่ 8 โอมห์, 140วัตต์ที่ 4 โอมห์, 125วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้งเชิงพาณิชย์ ใช้ Lo-Z และ Hi-Z พร้อมกันได้ มี Double Power Mode, Dante และ Backup/Override Mode

YAMAHA PC412-DI เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 1900วัตต์ที่ 4 โอมห์ 1200วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 1200วัตต์ที่ 8 โอมห์, 1900วัตต์ที่ 4 โอมห์, 1200วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้ง มี Dante 16 In/16 Out, Input Matrix 20 x 8 และ Speaker Processor ในตัว

YAMAHA PC412-D เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 1900วัตต์ที่ 4 โอมห์

มี 4 ช่อง 1200วัตต์ที่ 8 โอมห์, 1900วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class D เหมาะกับงานทัวร์ริ่ง มี Dante 16 In/16 Out, Input Matrix 20 x 8 และ Speaker Processor ในตัว

YAMAHA PC406-DI เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 900วัตต์ที่ 4 โอมห์ 600วัตต์ที่ 70/100V

มี 4 ช่อง 600วัตต์ที่ 8 โอมห์, 900วัตต์ที่ 4 โอมห์, 600วัตต์ที่ 70/100V Class D เหมาะกับงานติดตั้ง มี Dante 16 In/16 Out, Input Matrix 20 x 8 และ Speaker Processor ในตัว

YAMAHA PC406-D เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 900วัตต์ที่ 4 โอมห์

มี 4 ช่อง 600วัตต์ที่ 8 โอมห์, 900วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class D เหมาะกับงานทัวร์ริ่ง มี Dante 16 In/16 Out, Input Matrix 20 x 8 และ Speaker Processor ในตัว

JBL CSA 2300Z เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 300วัตต์ 70/100V

มี 2 ช่อง ช่องละ 300วัตต์ มีเอาต์พุต 70V และ 100V ในตัว ใช้เทคโนโลยี DriveCore ของ Crown ประหยัดพลังงาน ตัวเครื่องสูง 2 RU มีฟังก์ชันปิด Sleep Mode รองรับตัวควบคุมระดับเสียงติดผนัง JBL CSR-V ผ่านสาย CAT5 และขั้วต่อ RJ45

JBL CSA 1300Z เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 300วัตต์ 70/100V

มี 1 ช่อง ช่องละ 300วัตต์ มีเอาต์พุต 70V และ 100V ในตัว ใช้เทคโนโลยี DriveCore ของ Crown ประหยัดพลังงาน ตัวเครื่องสูง 2 RU มีฟังก์ชันปิด Sleep Mode รองรับตัวควบคุมระดับเสียงติดผนัง JBL CSR-V ผ่านสาย CAT5 และขั้วต่อ RJ45

MARANI PDAXPRO3 แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2.1 ช่อง 2000 + 2 x 800 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2.1 ช่อง Class D สำหรับตู้ลำโพง 2 ทางหรือ 3 ทาง ไม่ใช่เพาเวอร์แอมป์แบบติดแร็ค กำลังขับ 2000 + 2 x 800 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ Bridge ได้ 2 x 1500 วัตต์ มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit พร้อม Crossover, Parametric EQ, RMS Compressor, Peak Limiter, Delay และ Noise Generator อินพุต XLR แบบ Balance 2 ช่อง เอาต์พุต Speakon 2 ช่อง ควบคุมผ่าน RS485 (RJ45) ด้วยซอฟต์แวร์บน PC เลือก Preset ได้ 4 ชุด ภาคจ่ายไฟ Switch Mode มี PFC รองรับไฟ 85–265 V น้ำหนัก 5 กก.

MARANI PDA540P แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 4 ช่อง 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 4 ช่อง Class D ไม่ใช่เพาเวอร์แอมป์แบบติดแร็ค กำลังขับ 4 x 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ Bridge ช่อง Low และ Mid เป็น 1000 วัตต์ที่ 4/8 โอห์ม + 2 x 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม สำหรับขับซับวูฟเฟอร์คู่กับตู้ Satellite มี MARANI DSP 48 kHz/24 bit พร้อม Parametric EQ, HP/LP Filter, RMS Compressor, Peak Limiter, Delay สูงสุด 960.998 ms และ Noise Generator อินพุต XLR แบบ Balance 1 ช่อง พร้อม XLR Link Output ควบคุมผ่าน RS485 (RJ45) ด้วยซอฟต์แวร์บน PC เลือก Preset ได้ 8 ชุด ภาคจ่ายไฟ Switch Mode มี PFC รองรับไฟ 85–265 V น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI PDA515P แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 500 + 150 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง Class D สำหรับตู้ลำโพง 1 ทางหรือ 2 ทาง ไม่ใช่เพาเวอร์แอมป์แบบติดแร็ค กำลังขับ 500 + 150 วัตต์ที่ 4 โอห์ม มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit พร้อม Crossover, Parametric EQ, RMS Compressor, FIR Phase Correction สูงสุด 640 taps, Delay สูงสุด 20 ms และ Noise Generator อินพุต XLR แบบ Balance 1 ช่อง พร้อม XLR Link Output ควบคุมผ่าน RS485 (RJ45) ด้วยซอฟต์แวร์บน PC เลือก Preset ได้ 8 ชุด ภาคจ่ายไฟ Switch Mode มี PFC รองรับไฟ 85–265 V น้ำหนัก 2.65 กก.

MARANI PDA500PF แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP FIR

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง สำหรับลำโพง 1 ทางหรือ 2 ทางแบบมีแอมป์ในตัว กำลังขับ 2 x 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 2 x 250 วัตต์ที่ 8 โอห์ม ภาคขยาย Class D ภาคจ่ายไฟ Switch Mode พร้อม PFC มี MARANI DSP 48 kHz/24 bit ในตัว Crossover เลือกได้ทั้ง FIR สูงสุด 512 taps และ IIR สูงสุด 48 dB/Octave พร้อม PEQ, Noise Gate, RMS Compressor, Peak Limiter, Dynamic Loudness และ Delay ช่อง Input XLR แบบ Balance 1 ช่อง และ Link Output XLR 1 ช่อง ควบคุมผ่านซอฟต์แวร์บน PC ทาง RS485 (RJ45 2 ช่อง) เลือก Preset ได้ 8 ชุด รองรับไฟ 85–265 V ขนาด 355 x 70 x 155 มม. น้ำหนัก 1.6 กก.

MARANI PDA500P แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง Class D สำหรับตู้ลำโพง 1 ทางหรือ 2 ทาง ไม่ใช่เพาเวอร์แอมป์แบบติดแร็ค กำลังขับ 2 x 500 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 2 x 250 วัตต์ที่ 8 โอห์ม Bridge ได้ 1000 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 900 วัตต์ที่ 8 โอห์ม มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit พร้อม Crossover, Parametric EQ, RMS Compressor, All-Pass Filter, Delay และ Clip Limiter อินพุต XLR แบบ Balance 1 ช่อง พร้อม XLR Link Output ควบคุมผ่าน RS485 (RJ45) ด้วยซอฟต์แวร์บน PC เลือก Preset ได้ 8 ชุด ภาคจ่ายไฟ Switch Mode มี PFC รองรับไฟ 85–265 V น้ำหนัก 1.6 กก.

MARANI PDA350IF แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม + 50 วัตต์ที่ 8 โอห์ม พร้อม DSP FIR

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง สำหรับลำโพง 2 ทางแบบมีแอมป์ในตัว ช่อง Woofer 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ด้วยภาคขยาย Class D และช่อง Tweeter 50 วัตต์ที่ 8 โอห์ม ด้วยภาคขยายแบบ Linear มี MARANI DSP 48 kHz/24 bit ในตัว Crossover เลือกได้ทั้ง FIR สูงสุด 512 taps และ IIR สูงสุด 48 dB/Octave พร้อม PEQ, Noise Gate, RMS Compressor, Peak Limiter, Dynamic Loudness และ Delay ช่อง Input XLR แบบ Balance 1 ช่อง และ Output XLR 1 ช่อง ควบคุมผ่านซอฟต์แวร์บน PC ทาง RS485 เลือก Preset ได้ 8 ชุด รองรับไฟ 85–265 V ขนาด 410 x 150 x 65 มม. น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI PDA350I แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม + 50 วัตต์ที่ 8 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง สำหรับตู้ลำโพง 2 ทาง ไม่ใช่เพาเวอร์แอมป์แบบติดแร็ค ช่อง Woofer เป็น Class D กำลังขับ 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 150 วัตต์ที่ 8 โอห์ม ช่อง Tweeter เป็น Class AB กำลังขับ 50 วัตต์ที่ 8 โอห์ม มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit พร้อม Crossover, Parametric EQ, Noise Gate, Delay และ Peak Limiter อินพุต XLR แบบ Balance 1 ช่อง พร้อม XLR Link Output เลือก Preset ได้ 8 ชุด ตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์บน PC ภาคจ่ายไฟ Switch Mode รองรับไฟ 85–265 V น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI PDA330I แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 3 ช่อง 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 3 ช่อง สำหรับระบบ Sub 1 ช่อง และ Satellite 2 ช่อง กำลังขับ 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม (Sub) และ 2 x 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม (Satellite) ภาคขยาย Class D ภาคจ่ายไฟ Switch Mode พร้อม PFC มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit ในตัว พร้อม EQ 5 แบนด์บนช่อง Input, PEQ 3 แบนด์บน Output SUB, PEQ 7 แบนด์บน Output A/B, Crossover สูงสุด 24 dB/Octave, Noise Gate, RMS Compressor และ Delay มีช่อง XLR Input, Link Output, MIC Input, RCA Line Input และ Speakon NL4 2 ช่อง ตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์บน PC ทาง USB เก็บ Preset ได้ 16 ชุด ขนาด 340 x 80 x 190 มม. น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI PDA300I แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง สำหรับลำโพง 2 ทางแบบมีแอมป์ในตัว กำลังขับ 2 x 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ภาคขยาย Class D ภาคจ่ายไฟ Switch Mode รองรับไฟ 85–265 V มี MARANI DSP 96 kHz/24 bit ในตัว พร้อม EQ 3 แบนด์บนช่อง Input, PEQ 5 แบนด์บนช่อง Output, Crossover สูงสุด 24 dB/Octave, Noise Gate, Peak Limiter, Dynamic Boost Filter และ Delay ช่อง Input XLR แบบ Balance 1 ช่อง และ Link Output XLR 1 ช่อง เชื่อมต่อ PC ทาง RS485 เลือก Preset ได้ 8 ชุด ขนาด 296 x 80 x 179 มม. น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI PDA281PAF แอมป์โมดูลติดตู้ลำโพง 2 ช่อง 280 + 100 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP FIR

แอมป์โมดูลสำหรับติดตั้งในตู้ลำโพง (Plate Amplifier) 2 ช่อง สำหรับลำโพง 2 ทางแบบมีแอมป์ในตัว กำลังขับ 280 + 100 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ภาคขยาย Class D ภาคจ่ายไฟ Switch Mode พร้อม PFC มี MARANI DSP 48 kHz/24 bit ในตัว Crossover เลือกได้ทั้ง FIR สูงสุด 512 taps และ IIR พร้อม PEQ, Noise Gate, RMS Compressor, Peak Limiter และ Delay ช่อง Input XLR แบบ Balance 1 ช่อง และ Link Output XLR 1 ช่อง ตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์บน PC ทาง USB เลือก Preset ได้ 3 ชุด ขนาด 132 x 355 x 65 มม. น้ำหนัก 2.76 กก.

MARANI MDA8-750PS เพาเวอร์แอมป์ 8 ช่อง 750 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

เพาเวอร์แอมป์ Class D 8 ช่อง พร้อม DSP ในตัว กำลังขับ 8 x 750 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 8 x 350 วัตต์ที่ 8 โอห์ม ต่อแบบ BTL ได้ 4 x 1500 วัตต์ที่ 8 โอห์ม หรือขับไลน์ 70/100 V แบบ Direct Drive โดยไม่ใช้หม้อแปลง MARANI DSP 96 kHz/24 bit มี PEQ 12 แบนด์ต่ออินพุต, Crossover แบบ IIR หรือ FIR สูงสุด 512 taps, RMS Compressor และ Peak Limiter ขั้วต่อ Phoenix หน้าจอสัมผัส LCD ควบคุมผ่าน USB และ Ethernet เพิ่ม Dante ได้เป็นออปชัน ขนาด 2U น้ำหนัก 11.5 กก.

MARANI MDA4-7000DM เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 1600 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง พร้อม DSP ในตัว กำลังขับ 4 x 1300 วัตต์ที่ 8 โอห์ม และ 4 x 1600 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ภาคจ่ายไฟแยกอิสระแต่ละช่อง MARANI DSP 4 in/4 out ทำงานที่ 96 kHz มี PEQ, Crossover แบบ IIR/FIR/MIR, RMS Compressor และ Peak Limiter ช่องอินพุต Analog XLR แบบ Balance 4 ช่อง, AES และ Dante (ออปชัน) สลับแหล่งสัญญาณสำรองอัตโนมัติ 3 ระดับ เลือก Voltage Gain ได้ 26 dB/32 dB หน้าจอสัมผัส 4.3 นิ้ว ควบคุมผ่านเครือข่าย RJ45 ขนาด 2U น้ำหนัก 14.5 กก.

MARANI MDA4-6KDM เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 1200 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ Class D 4 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงาน Touring กำลังขับ 4 x 700 วัตต์ที่ 8 โอห์ม และ 4 x 1200 วัตต์ที่ 4 โอห์ม รองรับ Hi-Z 70/100 V ที่ 1200 วัตต์ MARANI DSP ทำงานที่ 96 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, RMS Compressor, Peak Limiter และ Hard Limiter รับสัญญาณ Analog, AES/EBU และ Dante (ออปชัน) พร้อมระบบสลับแหล่งสัญญาณสำรอง เลือก Voltage Gain ได้ 21/27/33 dB ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ตและ USB บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 2U น้ำหนัก 17 กก.

MARANI MDA4-2.4KEM เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 750 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงานติดตั้งถาวร กำลังขับ 4 x 400 วัตต์ที่ 8 โอห์ม, 4 x 750 วัตต์ที่ 4 โอห์ม และ 4 x 780 วัตต์ที่ 2 โอห์ม MARANI DSP ทำงานที่ 48 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, AEQ, RMS Compressor และ Peak Limiter รับสัญญาณ Analog และ Dante (Primary และ Secondary) มีโหมด Sleep, Standby และ Power Save ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ต, USB และแอป Android บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 2U น้ำหนัก 8.5 กก.

MARANI MDA4-12KDM เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 3000 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ Class D 4 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงาน Touring กำลังขับ 4 x 1600 วัตต์ที่ 8 โอห์ม, 4 x 3000 วัตต์ที่ 4 โอห์ม และ 4 x 3000 วัตต์ที่ 2 โอห์ม รองรับ Hi-Z 70/100 V ที่ 2600 วัตต์ กำลังรวม 12000 วัตต์ MARANI DSP ทำงานที่ 96 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, RMS Compressor, Peak Limiter และ Hard Limiter รับสัญญาณ Analog, AES/EBU และ Dante (ออปชัน) พร้อมระบบสลับแหล่งสัญญาณสำรอง เลือก Voltage Gain ได้ 26/32/38 dB ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ตและ USB บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 2U น้ำหนัก 17 กก.

MARANI MDA4-1.2KEM เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงานติดตั้งถาวร กำลังขับ 4 x 210 วัตต์ที่ 8 โอห์ม, 4 x 300 วัตต์ที่ 4 โอห์ม และ 4 x 310 วัตต์ที่ 2 โอห์ม MARANI DSP ทำงานที่ 48 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, AEQ, RMS Compressor และ Peak Limiter รับสัญญาณ Analog และ Dante (Primary และ Secondary) มีโหมด Sleep, Standby และ Power Save ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ต, USB และแอป Android บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 1U น้ำหนัก 5 กก.

MARANI MDA3-700M เพาเวอร์แอมป์ 3 ช่อง L/R/SUB พร้อม DSP

เพาเวอร์แอมป์ Class D 3 ช่อง (L/R/SUB) พร้อม DSP ในตัว รองรับโหลด 4–8 โอห์ม หรือขับไลน์ 70/100 V แบบ Direct Drive โดยไม่ใช้หม้อแปลง ภาคขยายทำงานแบบ BTL ประสิทธิภาพสูงสุด 90% MARANI DSP 48 kHz/24 bit มี Matrix Mixing, PEQ 12 แบนด์ต่ออินพุต และ 5 แบนด์ต่อเอาต์พุต, Crossover, Noise Gate, RMS Compressor, Peak Limiter และ Dynamic Loudness อินพุต Analog RCA 4 ช่อง, Coaxial และ Optical ควบคุมผ่าน USB และ Ethernet ขนาด (กว้าง × ลึก × สูง) 482 × 360 × 88 มม. น้ำหนัก 9.2 กก.

MARANI MDA2-9000DP เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 4000 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง พร้อม DSP ในตัว กำลังขับ 2 x 3000 วัตต์ที่ 8 โอห์ม, 2 x 4000 วัตต์ที่ 4 โอห์ม และ 2 x 4500 วัตต์ที่ 2 โอห์ม ภาคจ่ายไฟแยกอิสระแต่ละช่อง MARANI DSP 2 in/2 out ทำงานที่ 96 kHz มี PEQ, Crossover แบบ IIR/FIR/MIR, RMS Compressor และ Peak Limiter ช่องอินพุต Analog XLR แบบ Balance 2 ช่อง, AES/EBU และ Dante (ออปชัน) สลับแหล่งสัญญาณสำรองอัตโนมัติ 3 ระดับ หน้าจอสัมผัส 4.3 นิ้ว ควบคุมผ่านเครือข่าย RJ45 ขนาด 2U น้ำหนัก 9.5 กก.

MARANI MDA2-2.4KEM เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 1250 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงานติดตั้งถาวร กำลังขับ 2 x 1250 วัตต์ที่ 8 โอห์ม และ 2 x 1250 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ขับลำโพงไลน์ได้โดยตรง 1250 วัตต์ที่ 70 V และ 1250 วัตต์ที่ 100 V MARANI DSP ทำงานที่ 48 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, AEQ, RMS Compressor และ Peak Limiter รับสัญญาณ Analog และ Dante (Primary และ Secondary) มีโหมด Sleep, Standby และ Power Save ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ต, USB และแอป Android บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 2U น้ำหนัก 8.5 กก.

MARANI MDA2-140PAF เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 140 วัตต์ที่ 4 โอห์ม พร้อม DSP

เพาเวอร์แอมป์ Class D 2 ช่อง พร้อม DSP ในตัว กำลังขับ 2 x 140 วัตต์ที่ 4 โอห์ม หรือ 1 x 280 วัตต์สำหรับขับไลน์ 70/100 V แบบ Direct Drive โดยไม่ใช้หม้อแปลง MARANI DSP 48 kHz/24 bit มี PEQ 5 แบนด์ต่ออินพุต และ 7 แบนด์ต่อเอาต์พุต, HPF/LPF, Noise Gate, RMS Compressor, Peak Limiter และ Delay ตอบสนองความถี่ 20 Hz–20 kHz ควบคุมผ่าน USB หรือ WiFi ด้วยซอฟต์แวร์บน PC เพิ่ม Dante, Ethernet และ Bluetooth aptX ได้เป็นออปชัน ไฟ 110–240 V ขนาด 220 x 260 x 44 มม. น้ำหนัก 2 กก.

MARANI MDA2-1.2KEM เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 610 วัตต์ที่ 4 โอห์ม

เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง พร้อม DSP ในตัว สำหรับงานติดตั้งถาวร กำลังขับ 2 x 620 วัตต์ที่ 8 โอห์ม และ 2 x 610 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ขับลำโพงไลน์ 70 V ได้โดยตรง 620 วัตต์ MARANI DSP ทำงานที่ 48 kHz มี Crossover แบบ MIR/IIR/FIR, FIR สูงสุด 512 taps, PEQ, AEQ, RMS Compressor และ Peak Limiter รับสัญญาณ Analog และ Dante (Primary และ Secondary) มีโหมด Sleep, Standby และ Power Save ควบคุมผ่าน Ethernet 2 พอร์ต, USB และแอป Android บันทึก Preset ได้ 50 ชุด รองรับไฟ 90–260 VAC ขนาด 1U น้ำหนัก 5 กก.

Powersoft PRIMA 324 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 80วัตต์ที่ 4 โอมห์ 80วัตต์ที่ 70V 70วัตต์ที่ 100V

มี 4 ช่อง 80วัตต์ที่ 8 โอมห์, 80วัตต์ที่ 4 โอมห์, 80วัตต์ที่ 70V, 70วัตต์ที่ 100V กำลังขับรวม 320วัตต์ เหมาะกับงานติดตั้งถาวรที่มีอุปกรณ์ประมวลผลสัญญาณอยู่ก่อนแล้ว ใช้งานได้ทั้งแบบ Lo-Z และ Hi-Z มี Power Sharing, Auto Setup, Eco Mode และ Auto Standby ตัวเครื่องกว้างครึ่ง Rack

🔗 สินค้าในซีรีส์เดียวกัน: Powersoft PRIMA Series

Powersoft PRIMA 164 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 40วัตต์ที่ 4 โอมห์ 40วัตต์ที่ 70V 40วัตต์ที่ 100V

มี 4 ช่อง 40วัตต์ที่ 8 โอมห์, 40วัตต์ที่ 4 โอมห์, 40วัตต์ที่ 70V, 40วัตต์ที่ 100V กำลังขับรวม 160วัตต์ เหมาะกับงานติดตั้งถาวรที่มีอุปกรณ์ประมวลผลสัญญาณอยู่ก่อนแล้ว ใช้งานได้ทั้งแบบ Lo-Z และ Hi-Z มี Power Sharing, Auto Setup, Eco Mode และ Auto Standby ตัวเครื่องกว้างครึ่ง Rack

🔗 สินค้าในซีรีส์เดียวกัน: Powersoft PRIMA Series

Yamaha XMV8280-D เพาเวอร์แอมป์ 8 ช่อง 280วัตต์ที่ 4 โอมห์ 250วัตต์ที่ 70/100V

215,000฿

มี 8 ช่อง 280 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 280 วัตต์ที่ 4 โอมห์ และ 250 วัตต์ที่ 70/100V ต่อช่อง Class-D เหมาะกับงานติดตั้งหลายโซนขนาดใหญ่ รองรับ Dante มีโหมด Double Power ให้กำลังขับเพิ่มเป็น 560 วัตต์ และเลือกโหมดโอมห์ต่ำหรือ Constant Voltage ได้ทีละคู่ช่อง

Yamaha PA2120 เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 120วัตต์ที่ 4 โอมห์ 120วัตต์ที่ 70/100V

26,000฿

มี 2 ช่อง 100 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 120 วัตต์ที่ 4 โอมห์, 120 วัตต์ที่ 70/100V Class-D เหมาะกับงานติดตั้งถาวรและระบบเสียงประกาศ มี DSP ในตัวทั้ง Filter Speaker EQ และ Limiter ปรับทุ้มแหลมแยกสองโซน ควบคุมผ่าน DCP ตัวเครื่องขนาด 1U

Yamaha PA2030a เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง รองรับ 8 โอมห์ 4 โอมห์ 3 โอมห์ และ 70/100V

13,000฿

มี 2 ช่อง รองรับลำโพงทั้งแบบ Impedance ต่ำที่ 8, 4 และ 3 โอมห์ และแบบ Constant Voltage 70V กับ 100V เหมาะกับงานติดตั้งถาวรและระบบเสียงประกาศ มี DSP ในตัวทั้ง Filter ตัดความถี่ Speaker EQ Limiter และ Mute พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นและ LINE OUT ต่อพ่วงเครื่องขยายเพิ่ม

WiiM Vibelink Amp เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 100วัตต์ที่ 8 โอมห์ 200วัตต์ที่ 4 โอมห์

13,990฿

มี 2 ช่อง 100 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 200 วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D เหมาะกับการขับลำโพงพาสซีฟในบ้านและระบบโฮมเธียเตอร์ ใช้ชิป TI TPA3255 พร้อม PFFB และ DAC ES9039Q2M Signal-to-Noise Ratio 120dB มี Input RCA Optical และ Coaxial พร้อมพอร์ต 12V Trigger

WiiM Amp Pro เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 60วัตต์ที่ 8 โอมห์ 120วัตต์ที่ 4 โอมห์

มี 2 ช่อง 60 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 120 วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D เหมาะกับงานฟังเพลงในบ้านและโฮมเธียเตอร์ มี DAC ES9038Q2M Signal-to-Noise Ratio 120dB รองรับ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.3, HDMI ARC, Optical, RCA และ Subwoofer Output พร้อมระบบปรับเสียงตามห้อง

VL Audio VA-2750H เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 1400วัตต์ที่ 4 โอมห์

มี 2 ช่อง 800 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 1400 วัตต์ที่ 4 โอมห์ และ Bridge ได้ 2700 วัตต์ที่ 8 โอมห์ ภาคขยาย Class-H เหมาะกับงานเครื่องเสียงกลางแจ้งและงานติดตั้ง มี THD ต่ำกว่า 0.03% Damping Factor มากกว่า 300 ขั้วต่อ Speakon และ Binding Post ตัวถังเหล็ก 2U

RCF DMA 162P เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 160วัตต์ที่ 4 โอมห์ 320วัตต์ที่ 70V

34,800฿

มี 2 ช่อง 160 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 160 วัตต์ที่ 4 โอมห์ Bridge ได้ 320 วัตต์ หรือขับ Line 320 วัตต์ที่ 70V ภาคขยาย Class-D มี DSP ในตัวทั้ง EQ Filter FIR Compressor และ Preset ลำโพง RCF พร้อม Input 6 ช่อง รองรับ RDNet ตัวเครื่องขนาดครึ่ง Rack 1U

RCF DMA 162 เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 160วัตต์ที่ 4 โอมห์ 320วัตต์ที่ 70V

45,750฿

มี 2 ช่อง 160 วัตต์ที่ 8 โอมห์, 160 วัตต์ที่ 4 โอมห์, Bridge 320 วัตต์ และ 320 วัตต์ที่ 70V Class-D เหมาะกับงานเพลงประกอบร้านค้าและระบบประกาศหลายโซน มี DSP ครบทั้ง EQ, FIR, Compressor Preset ลำโพง RCF และรองรับ RDNet

PEAVEY IPR2 2000 DSP เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 600วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D

มี 2 ช่อง 600 วัตต์ที่ 4 โอมห์ และ 1100 วัตต์ที่ 2 โอมห์ Class-D ตัวเครื่องหนักเพียง 4 กก. เหมาะกับงานทัวร์และงานติดตั้ง มี DSP จัดการลำโพงครบทั้ง Crossover Linkwitz-Riley Delay 120 มิลลิวินาที Parametric EQ 4 แบนด์ต่อช่อง และจอ LCD แบ็คไลท์สีฟ้า

NEXT audiocom AD500 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง พร้อม DSP

มี 4 ช่องขยายเสียง เลือกต่อลำโพงแบบ Impedance สูงหรือต่ำแยกอิสระได้ทุกช่อง พร้อม DSP ในตัว ตั้งค่าผ่านหน้าเว็บได้ทั้งทาง Wi-Fi และเครือข่ายอีเทอร์เน็ต มีทางเข้าออกเสียงดิจิทัล S/PDIF และพอร์ต GPIO เหมาะกับงานติดตั้งระบบเสียงหลายโซน

NEXO nanoNXAMP4 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 250วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D พร้อม DSP

107,880฿

มี 4 ช่อง 200 วัตต์ที่ 8 โอมห์ และ 250 วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D Bridge เป็น 2 ช่องได้ 350 วัตต์ที่ 4 โอมห์ ตัวเครื่องสูง 1U กว้างครึ่ง Rack เหมาะกับงานติดตั้งระบบเล็กที่ใช้ลำโพง NEXO มี DSP ในตัว ช่อง SPDIF และ Dante ควบคุมผ่านเว็บด้วย WiFi หรือ Ethernet

Inter-M PA-6312 เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 120วัตต์ที่ 4 โอมห์ และ 100V

17,650฿

มี 1 ช่อง 120 วัตต์ที่ 4 โอมห์ และ 120 วัตต์ที่ 100V เหมาะกับงานติดตั้งระบบประกาศในอาคาร มี Input และ Output สัญญาณแบบ XLR 3 พิน มีสวิตช์กราวด์ลิฟต์และ High-pass Filter ระบายความร้อนด้วยพัดลม พร้อมวงจรป้องกันความร้อนและขั้วต่อไฟ 24V DC ขนาด 3U

Outline L3000 เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 750วัตต์ที่ 4 โอมห์ Class-D พร้อม DSP

46,040฿

มี 4 ช่อง 750 วัตต์ที่ 4 โอมห์ ต่อช่อง และ Bridge ได้ 1500 วัตต์ที่ 8 โอมห์ รวมสูงสุด 3000 วัตต์ Class-D เหมาะกับงานติดตั้งและระบบพกพา มี DSP ในตัวทั้ง Crossover EQ Delay และ Limiter พร้อม 4 Preset ตัวเครื่องหนักเพียง 3.4 กก.

Inter-M DPA-900S เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 900วัตต์ที่ 70/100V

36,830฿

มี 1 ช่อง กำลังขับ 900 วัตต์ที่ 70/100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและกระจายเสียงที่เดินสายลำโพงระยะไกล มี Input Balanced และ Input Priority ปรับระดับแยกกัน รองรับไฟสำรอง 24V DC ตัวเครื่องสูง 2U และสั่งเปิดเครื่องจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-600S เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 600วัตต์ที่ 70/100V

30,740฿

มี 1 ช่อง กำลังขับ 600 วัตต์ที่ 70/100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและกระจายเสียงที่เดินสายลำโพงระยะไกล มี Input Balanced และ Input Priority ปรับระดับแยกกัน รองรับไฟสำรอง 24V DC ตัวเครื่องสูง 2U และสั่งเปิดเครื่องจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-600D เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 600วัตต์ที่ 100V

39,120฿

มี 2 ช่อง ช่องละ 600 วัตต์ที่ 100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและเพลงคลอแบบแบ่ง 2 โซนในงานติดตั้ง ปรับระดับเสียงแต่ละโซนแยกกันได้ มี Input Priority ทุกช่อง ตัวเครื่องสูง 2U ใช้ไฟ AC หรือ 24V DC และสั่งเปิดปิดจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-300T เพาเวอร์แอมป์ 3 ช่อง 300วัตต์ที่ 100V

44,300฿

มี 3 ช่อง ช่องละ 300 วัตต์ที่ 100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและเพลงคลอแบบแบ่งโซนในงานติดตั้ง ปรับระดับเสียงแต่ละโซนแยกกันได้ มี Input Priority ทุกช่อง ตัวเครื่องสูง 2U ใช้ไฟ AC หรือ 24V DC และสั่งเปิดปิดจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-300S เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 300วัตต์ที่ 70/100V

24,750฿

มี 1 ช่อง กำลังขับ 300 วัตต์ที่ 70/100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและกระจายเสียงที่เดินสายลำโพงระยะไกล มี Input Balanced และ Input Priority ปรับระดับแยกกัน รองรับไฟสำรอง 24V DC ตัวเครื่องสูง 2U และสั่งเปิดเครื่องจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-300Q เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 300วัตต์ที่ 100V

45,700฿

มี 4 ช่อง ช่องละ 300 วัตต์ที่ 100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบเสียงประกาศและเพลงคลอแบบแบ่งโซนในอาคารขนาดใหญ่ ปรับระดับเสียงแต่ละโซนแยกกันได้ มี Input Priority ทุกช่อง ตัวเครื่องสูง 2U ใช้ไฟ AC หรือ 24V DC และสั่งเปิดปิดจากระยะไกลได้

Inter-M DPA-300D เพาเวอร์แอมป์ 2 ช่อง 300วัตต์ที่ 8 โอมห์ 300วัตต์ที่ 70/100V

34,930฿

มี 2 ช่อง 300 วัตต์ที่ 8 โอมห์ และ 300 วัตต์ที่ 70/100V ต่อช่อง กำลัง Peak 350 วัตต์ต่อช่อง เหมาะกับงานติดตั้งถาวรและระบบประกาศ รองรับไฟสำรอง 24V DC Frequency Response 50Hz–20kHz

Inter-M DPA-1200S เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 1200วัตต์ที่ 70/100V

39,970฿

มี 1 ช่อง กำลังขับ 1200 วัตต์ที่ 70/100V แบบ Class-D เหมาะกับระบบประกาศและเพลงคลอขนาดใหญ่ที่เดินสายลำโพงระยะไกล เช่น ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียนและคลังสินค้า มี Input Priority ตัวเครื่องสูง 2U ใช้ไฟ AC หรือ 24V DC และสั่งเปิดปิดจากระยะไกลได้

ITC Audio T-61000D เพาเวอร์แอมป์ 1 ช่อง 1000วัตต์ที่ 4 โอมห์ 1000วัตต์ที่ 70/100V

52,000฿

มี 1 ช่อง 1000 วัตต์ที่ 4 โอมห์ ถึง 16 โอมห์ และ 1000 วัตต์ที่ 70/100V Class-D เหมาะกับงานประกาศพื้นที่กว้าง โรงเรียนและอาคารขนาดใหญ่ สวนสาธารณะและคลับ มีวงจร PFC และซอฟต์สตาร์ต ประสิทธิภาพ 92% พร้อมพัดลมควบคุมอุณหภูมิและวงจรป้องกันครบ ตัวเครื่อง Rack 2U

ITC Audio T-4350DS เพาเวอร์แอมป์ 4 ช่อง 350วัตต์ที่ 4 โอมห์ 350วัตต์ที่ 100V

60,000฿

มี 4 ช่อง 350 วัตต์ที่ 4 โอมห์ ต่อช่อง และ 350 วัตต์ที่ 100V Class-D เหมาะกับงานประกาศพื้นที่กว้าง โรงงาน โรงเรียนและห้างร้าน สลับ Output ระหว่าง 4 โอมห์ ถึง 16 โอมห์ และ Line 100V แยกอิสระทุกช่อง มีวงจรป้องกันความร้อน Overload และช็อต ตัวเครื่อง Rack 1U

เพาเวอร์แอมป์

เพาเวอร์แอมป์ (Power Amplifier) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มกำลังของสัญญาณไฟฟ้า เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในการขับเคลื่อนลำโพงหรืออุปกรณ์เอาต์พุตอื่นๆ มันทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงหรือสัญญาณอื่นๆ จากระดับที่ต่ำเป็นระดับที่สูงพอที่จะใช้งานได้จริงโดยไม่สูญเสียคุณภาพของสัญญาณนั้น

เพาเวอร์แอมป์มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่แบบใช้ในระบบเสียงมืออาชีพ เช่น ระบบเสียงในคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ไปจนถึงแบบที่ใช้ในบ้านเรือน สำหรับระบบเสียงโฮมเธียเตอร์หรือเครื่องเสียงสำหรับฟังเพลง บางรุ่นอาจรวมเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เพาเวอร์แอมป์ที่มีในรถยนต์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มกำลังของระบบเสียงในรถ

การทำงานของเพาเวอร์แอมป์อาศัยหลักการของการขยายสัญญาณ ซึ่งมันจะรับสัญญาณไฟฟ้าที่มีกำลังต่ำจากแหล่งสัญญาณ (เช่น เครื่องเล่น CD, เครื่องเล่น MP3, หรือสมาร์ทโฟน) และใช้วงจรภายในเพื่อขยายกำลังของสัญญาณนั้น ก่อนจะส่งออกไปยังลำโพงหรืออุปกรณ์เอาต์พุตอื่น ทำให้สัญญาณมีความแรงพอที่จะสร้างเสียงหรือส่งต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้.

วิธีการทำงานของเพาเวอร์แอมป์

พาเวอร์แอมป์ (Power Amplifier) ทำงานโดยการขยายสัญญาณไฟฟ้าจากระดับที่ต่ำไปสู่ระดับที่มีพลังพอสมควรเพื่อขับเคลื่อนลำโพงหรืออุปกรณ์เอาต์พุตอื่นๆ กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนที่สำคัญดังต่อไปนี้:

1. รับสัญญาณเข้า

เพาเวอร์แอมป์รับสัญญาณไฟฟ้าที่มีกำลังต่ำจากแหล่งสัญญาณต่างๆ เช่น เครื่องเล่น CD, เครื่องเล่น MP3, สมาร์ทโฟน, หรืออุปกรณ์เสียงอื่นๆ สัญญาณนี้มักจะเป็นสัญญาณเสียงที่ต้องการขยายให้มีกำลังเพียงพอในการสร้างเสียงผ่านลำโพง.

2. ขยายสัญญาณ

  • ขั้นตอนการขยาย: เพาเวอร์แอมป์ใช้วงจรขยายเพื่อเพิ่มกำลังของสัญญาณเสียงที่รับเข้ามา การขยายสัญญาณเสียงนี้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าของสัญญาณเดิม ทำให้สามารถขับเคลื่อนลำโพงได้.
  • การควบคุมกำลังขยาย: ผู้ใช้สามารถควบคุมระดับของการขยายผ่านตัวควบคุมหรือปุ่มบนเพาเวอร์แอมป์ เพื่อปรับระดับเสียงให้เหมาะสมกับการใช้งาน.

3. ส่งสัญญาณออก

หลังจากขยายสัญญาณเสียงแล้ว เพาเวอร์แอมป์จะส่งสัญญาณไฟฟ้าที่มีกำลังสูงไปยังลำโพงหรืออุปกรณ์เอาต์พุต ทำให้สามารถสร้างเสียงที่มีคุณภาพและระดับความดังที่ต้องการ.

4. การปรับแต่งเสียง

บางเพาเวอร์แอมป์มีฟังก์ชันที่อนุญาตให้ผู้ใช้ปรับแต่งเสียงได้ เช่น การเพิ่มหรือลดเบส (Bass) และเทรเบิล (Treble) การปรับแต่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับคุณภาพเสียงให้เหมาะสมกับสไตล์การฟังของตนเองได้.

การทำงานของเพาเวอร์แอมป์ในระดับองค์ประกอบ

ในระดับองค์ประกอบ, เพาเวอร์แอมป์ประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน เช่น ทรานซิสเตอร์, ตัวต้านทาน, และคาปาซิเตอร์ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยายสัญญาณไฟฟ้า วงจรเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อขยายสัญญาณโดยไม่ลดทอนคุณภาพเสียง ให้ผลลัพธ์ที่สามารถขับเคลื่อนลำโพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

การเข้าใจวิธีการทำงานของเพาเวอร์แอมป์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกและใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม ตามความต้องการของระบบเสียงที่พวกเขาต้องการสร้างขึ้น.

ประเภทของเพาเวอร์แอมป์

เพาเวอร์แอมป์มีหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของการใช้งานที่แตกต่างกัน ประเภทของเพาเวอร์แอมป์สามารถจำแนกตามหลักการทำงาน, องค์ประกอบวงจร, และการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงได้ดังนี้:

1. เพาเวอร์แอมป์คลาส A

  • คุณสมบัติ: มีความเสถียรในการทำงานสูง แต่มีประสิทธิภาพต่ำ (ประมาณ 20-30%) เนื่องจากใช้พลังงานมากในระหว่างการทำงาน มักใช้ในการแอพพลิเคชั่นที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูง.
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบเสียงคุณภาพสูงที่ไม่ต้องการกำลังขับเสียงที่มาก.

2. เพาเวอร์แอมป์คลาส B

  • คุณสมบัติ: มีประสิทธิภาพสูงกว่าคลาส A เพราะใช้พลังงานน้อยลง แต่อาจมีปัญหาเรื่องความเพี้ยนของเสียงเมื่อเปรียบเทียบกับคลาส A.
  • การใช้งาน: เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการกำลังขับสูงแต่สามารถยอมรับความเพี้ยนในระดับหนึ่ง.

3. เพาเวอร์แอมป์คลาส AB

  • คุณสมบัติ: ผสมผสานระหว่างคลาส A และ B เพื่อลดข้อเสียของทั้งสองประเภท มีประสิทธิภาพดีกว่าคลาส A และมีความเพี้ยนน้อยกว่าคลาส B.
  • การใช้งาน: เป็นที่นิยมใช้ในระบบเสียงบ้านและเครื่องเสียงรถยนต์เนื่องจากเป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพเสียงและประสิทธิภาพ.

4. เพาเวอร์แอมป์คลาส D

  • คุณสมบัติ: ใช้วิธีการสวิตชิ่งเพื่อขยายสัญญาณ ทำให้มีประสิทธิภาพสูงมาก (สูงถึง 90% หรือมากกว่า) ลดการสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อน.
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและกำลังขับเสียงมาก โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก เช่น ในอุปกรณ์พกพาหรือเครื่องเสียงรถยนต์.

5. เพาเวอร์แอมป์ดิจิทัล

  • คุณสมบัติ: แปลงสัญญาณเสียงเป็นรูปแบบดิจิทัลก่อนการขยาย และสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลายวิธีผ่านซอฟต์แวร์.
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบเสียงที่ต้องการการปรับแต่งเสียงอย่างละเอียดและมีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งาน.

6. เพาเวอร์แอมป์ทิวบ์ (หลอด)

  • คุณสมบัติ: ใช้หลอดสูญญากาศในการขยายสัญญาณ มักได้รับความนิยมจากคุณภาพเสียงที่อุ่นและมีมิติ.
  • การใช้งาน: ที่ชื่นชอบโดยผู้ฟังเพลงและผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงเฉพาะทางสำหรับระบบเสียงระดับไฮเอนด์.

แต่ละประเภทของเพาเวอร์แอมป์มีจุดเด่นและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ การเลือกเพาเวอร์แอมป์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณจึงขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะด้านเสียงและการใช้งานของคุณ.

เพาเวอร์แอมป์สำหรับระบบเสียงมืออาชีพ

1. เพาเวอร์แอมป์คลาส D

  • คุณสมบัติ: มีประสิทธิภาพสูงและสูญเสียพลังงานน้อย ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการกำลังขับเสียงมากและความร้อนที่ต่ำ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้งานนานๆ
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานคอนเสิร์ต, งานอีเวนต์ขนาดใหญ่, หรือในสถานที่ที่ต้องการเสียงที่มีพลัง.

2. เพาเวอร์แอมป์คลาส AB

  • คุณสมบัติ: มีคุณภาพเสียงที่ดีและความเพี้ยนที่ต่ำ แต่อาจผลิตความร้อนมากกว่าคลาส D เล็กน้อย มีความสมดุลระหว่างคุณภาพเสียงและประสิทธิภาพ
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับสตูดิโอบันทึกเสียง, โรงภาพยนตร์, หรืองานเล็กๆ ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี.

3. เพาเวอร์แอมป์แบบมีการจ่ายพลังงานแบบต่อเนื่อง (Continuous Power Amplifiers)

  • คุณสมบัติ: สามารถจ่ายพลังงานอย่างต่อเนื่องให้กับลำโพงโดยไม่ลดลงเมื่อใช้งานนาน ช่วยให้การผลิตเสียงมีความสม่ำเสมอและไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพ
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับใช้งานในสถานที่ที่ต้องการเสียงที่คงที่และมีคุณภาพสูงเป็นเวลานาน

4. เพาเวอร์แอมป์แบบมีการควบคุมดิจิทัล (Digital Control Amplifiers)

  • คุณสมบัติ: มีความยืดหยุ่นสูงในการควบคุมและปรับแต่งเสียงผ่านซอฟต์แวร์ สามารถตั้งค่าการทำงานและคุณสมบัติต่างๆ ได้อย่างละเอียด
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบเสียงที่ต้องการการปรับแต่งเสียงแบบละเอียดและมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง

คุณสมบัติทั่วไปของเพาเวอร์แอมป์สำหรับระบบเสียงมืออาชีพ:

  • ความทนทานสูง: ออกแบบมาเพื่อรับมือกับการใช้งานหนักและสภาพแวดล้อมที่เข้มงวด
  • ประสิทธิภาพสูง: สามารถขับเคลื่อนลำโพงขนาดใหญ่หรือหลายๆ ตัวพร้อมกัน
  • ความเสถียรของเสียง: ผลิตเสียงที่มีคุณภาพสูงและความเพี้ยนต่ำในระดับที่ต้องการ
  • ความสามารถในการปรับแต่ง: มีตัวเลือกในการปรับแต่งเสียงและการตั้งค่าต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละงาน

เพาเวอร์แอมป์สำหรับระบบเสียงมืออาชีพจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การจัดสรรเสียงในงานต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพสูง ตามความต้องการของผู้ใช้งาน.

วิธีการเลือกซื้อเพาเวอร์แอมป์

1. กำลังขับ (Power Rating)

  • ตรวจสอบกำลังขับ: ควรเลือกเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับเหมาะสมกับลำโพงของคุณ เพื่อป้องกันการเสียหายต่อลำโพงจากการขับเกินขีดจำกัด และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีที่สุด
  • กำลังขับต่อช่อง: พิจารณากำลังขับต่อช่อง (watts per channel) ที่เพาเวอร์แอมป์สามารถจ่ายได้ และเปรียบเทียบกับความต้องการของลำโพง

2. ความตรงของเสียง (Sound Quality)

  • ความเพี้ยนของเสียง: หาข้อมูลเกี่ยวกับค่าความเพี้ยนทั้งหมดของเสียง (Total Harmonic Distortion - THD) ซึ่งค่าที่ต่ำกว่าหมายถึงคุณภาพเสียงที่ดีกว่า
  • การตอบสนองความถี่: ตรวจสอบการตอบสนองความถี่เพื่อให้แน่ใจว่าเพาเวอร์แอมป์สามารถขยายเสียงในช่วงความถี่ที่คุณต้องการ

3. การเชื่อมต่อ (Connectivity)

  • อินพุตและเอาต์พุต: ตรวจสอบประเภทของอินพุตและเอาต์พุตที่เพาเวอร์แอมป์รองรับ เช่น RCA, XLR, Speakon หรืออื่นๆ เพื่อความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบเสียงของคุณ
  • การรองรับสัญญาณดิจิทัล: หากคุณต้องการใช้งานกับแหล่งสัญญาณดิจิทัล เช่น USB หรือ Bluetooth ให้เลือกเพาเวอร์แอมป์ที่มีการรองรับ

4. ประเภทของเพาเวอร์แอมป์

  • พิจารณาประเภทของเพาเวอร์แอมป์ (เช่น คลาส A, AB, D หรืออื่นๆ) ที่เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการเรื่องคุณภาพเสียงของคุณ

5. คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • การป้องกัน: ตรวจสอบคุณสมบัติการป้องกัน เช่น การป้องกันการโอเวอร์โหลด การป้องกันความร้อนเกิน ซึ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของเพาเวอร์แอมป์
  • การปรับแต่งเสียง: บางรุ่นมีตัวเลือกในการปรับแต่งเสียง เช่น EQ หรือคอนโทรลเบสและเทรเบิล

6. งบประมาณ

  • กำหนดงบประมาณของคุณและเปรียบเทียบกับคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่เพาเวอร์แอมป์นั้นๆ มอบให้ เพื่อให้ได้ราคาและคุณภาพที่คุ้มค่าที่สุด

การเลือกซื้อเพาเวอร์แอมป์ที่เหมาะสมต้องคำนภาพถึงการใช้งาน, ความต้องการเรื่องคุณภาพเสียง, และอุปกรณ์ที่คุณมีอยู่แล้ว การทำวิจัยและการฟังทดสอบเพาเวอร์แอมป์ก่อนซื้อสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น.