โปรแกรมอัดเสียงทำเพลง ฟรี! ที่โดดเด่น ประจำปี 2022

บทความ รวบรวม 5 โปรแกรมทำเพลงฟรี! ที่โดดเด่น ประจำปี 2022

     โปรแกรมอัดเสียงทำเพลง หรือ DAW (Digital audio workstation) เป็นโปรแกรมสำหรับใช้บันทึกเสียง และการแก้ไขต่าง ๆ เพื่อให้เกิดเป็นผลงานเพลงออกมา โดยหากจะเล่าย้อนไป DAW เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายยุค 70 และต้นยุค 80 โดย Soundstream ซึ่งพัฒนาเครื่องบันทึกดิจิทัลเครื่องแรกในปี ค.ศ. 1977 ได้พัฒนาสิ่งที่ถือเป็น DAW ตัวแรก ด้วยการนำมินิคอมพิวเตอร์ ดิสก์ไดรฟ์ จอภาพวิดีโอ และซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานมาไว้ด้วยกัน
     โดยในช่วงแรก การประมวลผลให้รวดเร็วเพียงพอและความเร็วของดิสก์เพื่อเรียกใช้ DAW ถือเป็นปัญหาหลัก ๆ จนถึงในช่วงปลายทศวรรษ ค.ศ. 1980 ปัญหานี้จึงได้หมดไป Macromedia และ Digidesign ได้เริ่มผลิตโปรแกรมที่สามารถแก้ไขตัวอย่างเสียงและดำเนินการมาสเตอร์ซีดีแบบสองแทร็กอย่างง่ายได้ และพัฒนาเป็นสี่แทร็กในปี ค.ศ. 1994 เริ่มได้รับความนิยมในงานสตูดิโอบันทึกเสียงมากขึ้น จนในปี ค.ศ. 1996 DAW แบบ 32 แทร็ก ที่ถูกพัฒนาขึ้นก็พร้อมใช้งาน และกลายเป็นมาตรฐานของระบบบันทึกเสียงจนถึงปัจจุบัน

     ทุกวันนี้ โปรแกรมอัดเสียงทำเพลง หรือ DAW (Digital audio workstation) ได้กลายเป็นแนวทางหลักในอุตสาหกรรมการบันทึกเสียง อันเนื่องมาจากคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง การทำเพลงก็ทำง่ายมากขึ้น จนทำให้หลาย ๆ คนสามารถสร้างสรรค์ผลงานเพลงผ่านโฮมสตูดิโอที่บ้านได้เลย โดยผ่าน DAW ยอดนิยมเช่น Cubase, Pro Tools, Ableton Live, FL Studio และ Studio One เป็นต้น
     บทความนี้จะมาแนะนำ 5 DAW น่าใช้งาน ประจำปี 2022 โดยจะแนะนำเฉพาะ DAW ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับท่านที่อยากทำเพลงแต่อาจจะยังมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ซึงจะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

DAW ที่ใช้กับ Window เท่านั้น

Cakewalk by BandLab

ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.bandlab.com/products /cakewalk

     บทความนี้ยกให้ Cakewalk เป็น DAW ที่ดีที่สุด เป็น DAW ฟรี ที่มีฟังก์ชั่นพอ ๆ กับ DAW ราคาสูงที่ต้องซื้อมาใช้ Cakewalk มีปลั๊กอินเครื่องดนตรีมาให้ใช้ อีกอย่าง Cakewalk Studio Instruments และยังรองรับการติดตั้งปลั๊กอิน VST ได้, ไม่จำกัดจำนวนแทรคเสียง, MIDI, Loop และ Aux เป็น DAW ที่ให้ทุกอย่างที่ต้องใช้ในการทำงานแบบไม่ต้องเสียเงิน เหมาะกับคนที่ใช้คอม Window และกำลังมองหา DAW มาใช้งาน Cakewalk คือ DAW ที่ไม่ควรพลาดครับ

จุดเด่น

  • เป็น DAW ฟรี ที่ดีพอ ๆ กับ DAW ราคาสูง ๆ
  • รองรับการติดตั้งปลั๊กอิน VST ได้
  • มีฟีเจอร์การทำงานที่ครบครัน 

จุดด้อย

  • ใช้ได้เฉพาะกับระบบปฎิบัติการ Window เท่านั้น
 

MPC Beats

MPC Beats​
ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.akaipro.com/mpc-beats

      MPC Beats เป็นซอฟต์แวร์ฟรีแวร์สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน มีฟังก์ชั่นมากมายสำหรับการสร้างบีทและการผลิตเพลงทั่วไป  มีคุณลักษณะครบถ้วนโดยอิงตามเวิร์คโฟลว์ MPC ในตำนาน  ประกอบไปด้วย MIDI แปดแทร็ค ซีเควนเซอร์ที่มีคุณลักษณะครบถ้วน ปลั๊กอินเอฟเฟค 80 รายการที่ออกแบบโดย Air การยืดเวลาแบบ MPC ซอฟต์แวร์นี้เข้ากันได้กับตัวควบคุม MIDI ของฮาร์ดแวร์ต่างๆ รวมถึงตัวควบคุมจาก AKAI และผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น ใช้ได้กับปลั๊กอิน VST และ AU พร้อมกับคลังเสียงขนาดใหญ่ถึง 2 GB และผู้ใช้งานยังสามารถซื้อชุดส่วนขยายเพิ่มเติมได้หากต้องการ  ถ้าคุณเป็นมือใหม่ DAW นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะแปลงแล็ปท๊อปของคุณให้กลายเป็นสตูดิโอแบบพกพา

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย มีคุณลักษณะครบถ้วนตามเวิร์คโฟลว์ของ MPC ที่จะพบในผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของ AKAI
  • สามารถทำงานเป็นปลั๊กอิน VST ใน DAW อื่น ๆได้

จุดด้อย

  • มีช่องแทร็ค MIDI เพียงแปดแทร็คเท่านั้น
  • ใช้ได้เฉพาะกับระบบปฎิบัติการ Windows ( 64 บิตเท่านั้น)

Podium Free

ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.fileeagle.com/software/2113/Podium-Free/

      Podium Free เป็นเวิร์คสเตชั่นที่รวมอินเตอร์เฟสที่ทันสมัยเข้าเวิร์คโฟลว์ที่รวดเร็ว ให้การสนับสนุนปลั๊กอิน VST ที่ดี และโครงสร้างโปรเจคต์แบบออบเจ็คต์ที่แขงแกร่งพร้อมมิกเซอร์ มาพร้อมกับเครื่องมือบันทึกเสียงและแก้ไขเสียง และการรองรับตัวควบคุม MIDI ภายนอก ข้อจำกัดหลักๆของ Podium Free คือ DAW ไม่รองรับซีพียูแบบมัลติคอร์ หากคุณใช้โปรเซสเซอร์แบบ Quad-core แกนซีพียูที่มีอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้นจากในสี่ตัวที่จะถูกใช้สำหรับการประมวลผลปลั๊กอิน ในขณะทำโปรเจ็คจึงควรต้องคอยจับตาดูตัวแสดงประสิทธิภาพของ CPU อย่างใกล้ชิด

จุดเด่น

  • เวิร์คโฟลว์ที่รวดเร็วใช้งานง่าย
  • สามารถทำงานเป็นปลั๊กอิน VST

จุดด้อย

  • การประมวลผลแบบแกนเดียวสำหรับปลั๊กอิน VST
  • ไม่รองรับ ReWire และ ไม่รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม

DAW ที่ใช้กับ Mac เท่านั้น

Garageband

ดาวน์โหลดได้ที่ https://apps.apple.com/th /app/garageband/id408709785

     Garageband เป็น DAW คนใช้ Mac น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาที่สุด เพราะมีให้ดาวน์โหลดกันฟรี ๆ ในทุกอุปกรณ์ที่เป็น Mac หรือ IOS ของ Apple Garageband เป็น DAW ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือคนที่สนใจและต้องการเริ่มต้นเรียนรู้การบันทึกเสียงแบบมัลติแทรก, การมิกซ์เสียง และ การเขียน MIDI เนื่องจากที่ Garageband อยู่ในเกือบทุก ๆ อุปกรณ์ของ Apple จึงสามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์ ไอโฟน หรือไอแพด ก็สามารถโหลดมาใช้งานได้ จึงสามารถทำงานได้ไม่จำกัดเรื่องอุปกรณ์ เปรียบเทียบกับง่าย ๆ Garageband ก็เหมือนกับเป็น Logic Pro X เวอร์ชั่นไม่เสียเงินนั่นเอง

จุดเด่น

  • เป็น DAW ที่ใช้งานร่วมกันได้ทั้งใน Mac iPad และ iPhone
  • การใช้งานไม่ยาก เข้าถึงง่าย

จุดด้อย

  • ใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานกับระบบปฎิบัติการอื่น ๆ ได้

DAW ที่ใช้ได้ทั้ง Mac และ Window

Pro Tools First

ดาวน์โหลดได้ที่ https://my.avid.com/get/pro-tools-first

     Pro Tools First เป็นเวอร์ชั่นแจกฟรี ของ AVID Pro Tools DAW ที่เป็นที่นิยมในสตูดิโอมืออาชีพ มาพร้อมกับปลั๊กอินเสียง เครื่องดนตรี Xpand!2 Virtual Instruments และ UVI Workstation 3 Sample Player โดยปลั๊กอินตัวนี้มีเสียงให้เลือกใช้มากพอสำหรับการทำเพลง และยังมีปลั๊กอินเอฟเฟคมาให้ใช้อีก 23 ตัว แต่ตัว Pro Tools First เองนั้น ก็มีข้อจำกัดหลัก ๆ คือสามารถบันทึกเสียงพร้อมกันได้เพียง 4 ชาแนล และ ใน 1 โปรเจคสามารถสร้างแทรคได้เพียง 16 แทรค เท่านั้น

จุดเด่น

  • ได้เรียนรู้การใช้งาน DAW ยอดนิยมที่ใช้กันในสตูดิโอมืออาชีพแบบฟรี ๆ

จุดด้อย

  • มีข้อจำกัดในการใช้งานเยอะ
  • การติดตั้งค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน
  • จะต้องผูกบัญชีกับ ilok เท่านั้นถึงจะใช้ได้

PreSonus Studio One Prime

ดาวน์โหลดได้ที่ https://shop.presonus.com/Studio-One-4-Prime

     Studio One Prime เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายมาก จึงถือเป็น DAW อีกตัวหนึ่งที่เหมาะมากกับคนที่เริ่มต้นเรียนรู้การทำเพลง หรือบันทึกเสียง ความพิเศษคือสามารถบันทึกได้โดยไม่จำกัดแทรก และปลั๊กอินกับเอฟเฟคของ Studio One Prime ใช้งานได้จริงและเสียงดีทุกตัว แต่ก็ให้มาในจำนวนที่น้อยพอสมควรถ้าเทียบกับ DAW ตัวอื่น ข้อจำกัดอีกข้อของ Studio One Prime คือ ไม่สามารถใช้ปลั๊กอิน VST ได้ ซึ่งหากผู้ใช้อยากจะใช้ VST ก็ต้องชำระเงินกับทาง Presonus เพื่ออัพเกรดเป็นรุ่นที่สูงกว่าซึ่งรองรับ VST

ข้อดี

  • เหมาะสำหรับมือใหม่ และคนที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้การทำเพลง
  • พวกปลั๊กอินและเอฟเฟคที่แถมมาให้เสียงดีและใช้งานได้จริง

ข้อเสีย

  • ต้องเงินเพิ่มเพื่ออัพเกรดหากต้องการใช้ปลักอิน VST

DAW ที่ใช้ได้ทั้ง Mac, Window และ Linux

Waveform Free

ดาวน์โหลดได้ที่ www.tracktion.com/products/waveform-free

     Waveform Free เป็น DAW ฟรี ที่ใช้งานได้แบบไม่มีข้อจำกัดใด ๆ แบบเดียวกับ Cakewalk และฟังก์ชั่นที่ได้มาฟรีใน Waveform Free นั้น ถือได้ว่าเทียบเท่า DAW ที่ต้องซื้อมาในราคาสูง ๆ แต่สิ่งที่ผู้ที่เคยใช้งาน DAW อื่น ๆ มาก่อน อาจต้องปรับตัวใหม่ก็คือ Waveform free จะมีปุ่มควบคุมแทรคสลับกับ DAW อื่น ๆ โดยจะอยู่ด้านขวามือ ในขณะที่ DAW อื่น ๆ อยู่ด้านซ้ายเหมือนกันหมด ซึ่งข้อนี้อาจไม่มีผลกับคนที่เพิ่งใช้งาน Waveform Free โดยที่ยังไม่เคยใช้ DAW อื่น ๆ มาก่อน

จุดเด่น

  • เป็น DAW ฟรี ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานมากพอ ๆ กับ DAW ราคาแพง ๆ
  • รองรับการติดตั้งปลั๊กอิน VST ได้

จุดด้อย

  • การออกแบบชุดควบคุมที่สลับกับ DAW อื่น อาจส่งผลให้คนที่คุ้นเคยกับ DAW อื่นเกิดความสับสนได้

สรุป :

     โปรแกรมทำเพลง หรือ DAW (Digital audio workstation) แต่ละตัว ก็ล้วนแต่มีจุดดี จุดด้อย แตกต่างกัน ในการเลือกใช้ก็อาจต้องขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ในการทำงานไม่ว่าจะเป็น Mac, Window หรือ Linux ที่เหลือกก็อาจต้องพิจารณาว่า DAW แบบไหนที่เราจะสามารถใช้งานได้คล่องตัวที่สุด ตอบสนองการทำงานของเราได้ดีที่สุด DAW ที่ดี ที่เหมาะกับเรา จึงควรต้องเป็น DAW ที่ช่วยในการตอบสนองความคิดสร้างสรรค์ของเราออกมาเป็นเพลงได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดายที่สุดนั่นเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างสรรผลงานเพลงของเราก็คือไอเดียของเรานั่นเอง

     ใครที่สนใจอยากทำอาชีพด้าน SOUND ENGINEER สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามหลักสูตรเหล่านี้ได้เลย

     หรืออ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น

หรือ สนใจสอบถาม คอร์สเรียนและหลักสูตรต่าง ๆ สามารถสอบถามได้ที่

     โทรศัพท์ 02-550-6340, 064-198-2499

      Line : @liveforsound

      Email : sale@liveforsound.com

บทความโดย: อาทิตย์ พรหมทองมี

     รับติดตั้งระบบเสียง ห้องประชุม ร้านอาหาร ผับบาร์ ห้องคาราโอเกะ ห้องจัดเลี้ยง ระบบเสียงสนามกีฬา ระบบเสียงร้านกาแฟ สามารถปรึกษาทางทีมงาน LIVE FOR SOUND ได้ พร้อมรับตรวจเช็ค แก้ไขปัญหาระบบเสียงทุกรูปแบบ โดยทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี

สอบถามข้อมูลการเรียนได้ทาง